top of page
Clip path group
Clip path group

สวนลุมพินี - สวนเบญจกิติ : แจก 8 พิกัดถ่ายรูปฟีลต่างประเทศ เดินเที่ยวได้ในครึ่งวันกลางกรุงเทพฯ

6 นาทีที่แล้ว

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

0

0

0

ใครบอกว่าต้องบินไปนิวยอร์ก โซล โตเกียว หรือสิงคโปร์ ถึงจะได้รูปกลางสวนสวยฟีลต่างประเทศ?

ใจกลางกรุงเทพมหานครมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ระดับมหานครอยู่ถึง 2 แห่ง ที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟฟ้า แต่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่า ภายในพื้นที่สีเขียวขนาดมหึมาเหล่านี้ ซ่อนมุมถ่ายภาพสวยงามเอาไว้หลากหลายบรรยากาศ จนสามารถใช้เวลาเพียงครึ่งวันเก็บภาพได้ราวกับเดินทางผ่านหลายเมืองในวันเดียว ... ตั้งแต่ทะเลสาบกลางสวนที่สะท้อนเงาเส้นขอบฟ้าของมหานคร อุโมงค์ต้นไม้ร่มครึ้ม ทางเดินลอยฟ้าท่ามกลางธรรมชาติ ไปจนถึงวิวตึกสูงที่ตัดกับพื้นที่สีเขียวอย่างลงตัว


แห่งแรกคือ "สวนลุมพินี" สวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น และมุมถ่ายรูปที่ให้ฟีลคล้ายสวนสาธารณะในญี่ปุ่นหรือยุโรป


อีกแห่งคือ "สวนเบญจกิติ" สวนสาธารณะยุคใหม่ที่ผสมผสานธรรมชาติเข้ากับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ทางเดินลอยฟ้า พื้นที่ชุ่มน้ำ และฉากหลังของตึกสูงใจกลางเมือง จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในพื้นที่ถ่ายรูปที่สวยที่สุดของกรุงเทพฯ ในเวลานี้

 

วันนี้ LAD รวบรวม 8 มุมถ่ายรูปยอดนิยมจากทั้งสองสวน ที่ไม่ว่าจะเป็นสาย Portrait, Landscape, Lifestyle หรือสายคอนเทนต์ ก็สามารถเดินตามพิกัดแล้วได้รูปสวยกลับบ้านแบบไม่ต้องเสียค่าเข้าแม้แต่บาทเดียว

 

สวนลุมพินี : ฟีลคลาสสิก เหมือนได้หลุดจากกรุงเทพฯ

เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468 บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ สวนลุมพินีถือเป็นพื้นที่สีเขียวแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร และยังคงเป็นหนึ่งในสวนที่มีบรรยากาศดีที่สุดของเมืองจนถึงปัจจุบัน


จุดที่ 1 : ทะเลสาบกลางสวน


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : 06.00 – 07.00 น.


หากมาถึงสวนลุมพินีในช่วงเช้า สิ่งแรกที่ควรเดินมาคือทะเลสาบกลางสวน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เพิ่งขึ้น แสงสีทองจะสะท้อนผิวน้ำพร้อมเงาของต้นไม้ใหญ่ที่เรียงตัวอยู่รอบทะเลสาบ


จุดเด่นของมุมนี้คือการสะท้อนภาพของท้องฟ้า แนวต้นไม้ และอาคารสูงบริเวณโดยรอบลงบนผิวน้ำ ทำให้ภาพที่ได้มีความนุ่มนวลและสงบเย็น สำหรับสาย Portrait แนะนำให้ถ่ายย้อนแสงเล็กน้อย จะได้ฉากหลังที่ละมุนและมีมิติ

Google Maps :https://maps.google.com/?q=Lumphini+Park+Lake+Bangkok


จุดที่ 2 : เวทีโดมลุมพินีสถาน


หากชอบภาพถ่ายแนววินเทจหรือบรรยากาศที่พาให้นึกถึงกรุงเทพฯ ในอดีต มุมนี้คือจุดที่ไม่ควรพลาด

เวทีโดมสีขาวทรงโค้งแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "ลุมพินีสถาน" พื้นที่จัดกิจกรรมและการแสดงที่เคยโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสถานที่จัดทั้งงานดนตรี งานลีลาศ งานแสดงสินค้า และกิจกรรมสำคัญของเมืองในยุคที่การออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งยังเป็นวัฒนธรรมของคนกรุงเทพฯ


จุดเด่นของมุมนี้อยู่ที่รูปทรงโค้งสมมาตรของเวที ซึ่งให้ภาพที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ยิ่งหากยืนถ่ายบริเวณกึ่งกลางเวที จะได้องค์ประกอบภาพที่สมดุลราวกับฉากในภาพยนตร์ยุคเก่า โทนสีคอนกรีตเก่า ร่องรอยกาลเวลา และเงาของต้นไม้ใหญ่ที่ทอดตัวอยู่ด้านหน้า ช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากมุมอื่นในสวนลุมพินีอย่างสิ้นเชิง


หลายคนอาจรู้สึกราวกับกำลังหลุดเข้าไปในกรุงเทพฯ เมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นมุมที่แทบไม่ต้องแต่งภาพมาก เพียงลดสีลงเล็กน้อย หรือปรับโทนฟิล์ม ก็จะได้ภาพที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น คลาสสิก และเต็มไปด้วยเรื่องราว

Google Maps : https://maps.app.goo.gl/Yri37dvoKtS5NUL36 


จุดที่ 3 : ทางเดินรอบสวนใต้ร่มอุโมงค์ต้นไม้


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : 07.00 – 09.00 น.


แนวต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ทอดตัวตลอดทางเดินสร้างหลังคาธรรมชาติขนาดมหึมา แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ตกกระทบพื้นเป็นลวดลายสวยงามตลอดทั้งวัน


จุดเด่นคือเส้นนำสายตาที่เกิดขึ้นตามแนวทางเดิน ทำให้สามารถสร้างภาพที่ดูมีมิติและลึกได้ง่าย ไม่ว่าจะถ่ายคน เดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน หากมาช่วงเช้า แสงจะตกเฉียงผ่านแนวต้นไม้ เกิดเป็นเงาและมิติที่สวยงามมาก เหมาะสำหรับทั้งภาพ Portrait และ Lifestyle

Google Maps :https://maps.google.com/?q=Lumphini+Park+Bangkok

 

จุดที่ 4 : สะพานเขียว หรือ Green Bridge


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : 16.00 – 18.00 น.


หากมีมุมไหนที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในญี่ปุ่นมากที่สุด มุมนี้อาจเป็นคำตอบ

หลังจากออกจากสวนลุมพินี ลองเดินขึ้นมาบนสะพานเขียว ทางเชื่อมระหว่างสวนลุมพินีกับสวนเบญจกิติที่ทอดตัวยาวเหนือแนวถนนและชุมชนเก่าใจกลางเมือง


ตั้งแต่ทางขึ้นสะพาน คุณจะพบกับบันไดสีเขียวขนาดใหญ่ที่กลายเป็นมุมยอดนิยมของเหล่าครีเอเตอร์และช่างภาพ หลายคนเลือกนั่งบนขั้นบันไดแล้วปล่อยให้เส้นสายของโครงสร้างพาดนำสายตาเข้าสู่ภาพ ให้ความรู้สึกเท่ เรียบง่าย และมีเอกลักษณ์ไม่ต่างจากงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยในต่างประเทศ


แต่ความพิเศษของสะพานแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง หากอยู่ที่ "ระหว่างทาง" เมื่อเริ่มเดินไปเรื่อย ๆ ภาพของเมืองจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย ขณะที่เบื้องล่างกลับเป็นชุมชนเก่าไผ่สิงโต บ้านเรือนดั้งเดิม มัสยิด และศาสนสถานที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีตของกรุงเทพฯ



เส้นทางเดินที่ทอดยาวต่อเนื่อง พร้อมราวสะพานสีเขียวที่พาดนำสายตาออกไปไกล ทำให้แทบทุกจุดสามารถหยุดยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพได้ตลอดทาง บางมุมให้ความรู้สึกเหมือนทางเดินลอยฟ้าในโตเกียว บางมุมชวนให้นึกถึงสวนสาธารณะในกรุงโซล และบางมุมกลับให้ภาพของกรุงเทพฯ ในแบบที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น


โดยเฉพาะช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก แสงสีทองจะตกกระทบโครงสร้างสะพาน ต้นไม้ และอาคารสูงพร้อมกัน สร้างมิติของแสงและเงาที่สวยงามอย่างมาก


นี่อาจไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินที่ถ่ายรูปสนุกที่สุดของกรุงเทพมหานคร

Google Maps :https://maps.google.com/?q=Green+Bridge+Lumphini+Benjakitti


สวนเบญจกิติ : สวนสาธารณะยุคใหม่กลางมหานคร

หากสวนลุมพินีให้ความรู้สึกอบอุ่นและคลาสสิก สวนเบญจกิติจะให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง และร่วมสมัย หลายมุมสามารถถ่ายภาพได้ตลอดวัน และยิ่งสวยขึ้นเมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก

 

จุดที่ 5 : ทางเดิน Skywalk สวนป่ากลางเมือง


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : 16.30 – ช่วงหลังพระอาทิตย์ตก


นี่คือมุมที่แทบทุกคนต้องแวะเมื่อมาถึงสวนเบญจกิติ

ทางเดินลอยฟ้าทอดตัวยาวคดเคี้ยวผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำและเรือนยอดไม้ สร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากสวนสาธารณะทั่วไปในกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิง จนหลายคนรู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่ในสวน Wetland ขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้หรือจีนมากกว่ากรุงเทพมหานคร


เสน่ห์ของมุมนี้อยู่ที่การเปลี่ยนมุมมองตลอดเส้นทาง เมื่อมองจากด้านล่าง ทางเดินลอยฟ้าจะกลายเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เส้นสายของโครงสร้างทอดตัวเหนือพื้นที่สีเขียว สร้างภาพที่ดูทันสมัยและมีมิติ



แต่เมื่อเดินขึ้นมาบน Skywalk ภาพที่เห็นจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เบื้องหน้าคือผืนสีเขียวของสวนป่าที่แผ่ขยายออกไปสุดสายตา ขณะที่ฉากหลังเป็นเส้นขอบฟ้าของย่านอโศก สุขุมวิท และพระราม 4 ที่เรียงตัวอยู่เหนือยอดไม้ เกิดเป็นภาพตัดกันระหว่างธรรมชาติกับมหานครที่สวยงามอย่างน่าประหลาด ไม่แปลกที่บริเวณนี้จะกลายเป็นหนึ่งในจุดยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพรับปริญญา พรีเวดดิ้ง และงานแฟชั่น เพราะสามารถสร้างภาพได้หลากหลายอารมณ์ภายในพื้นที่เดียว



ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกถือเป็นเวลาที่สวยที่สุด แสงสีทองจะค่อย ๆ สาดลงบนแนวต้นไม้ ทางเดิน และผืนน้ำ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติก แต่สำหรับหลายคน ช่วงเวลาที่สวยที่สุดอาจเป็นหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เมื่อไฟตามแนว Skywalk เริ่มส่องสว่าง ทางเดินทั้งเส้นจะเปลี่ยนเป็นฉากกลางคืนที่ให้ความรู้สึกเหมือนสวนสาธารณะในมหานครระดับโลก แสงไฟสะท้อนกับผืนน้ำ รายล้อมด้วยเงาของต้นไม้และตึกสูง กลายเป็นภาพที่สวยจนหลายคนต้องหยุดยกกล้องขึ้นมาถ่ายซ้ำแล้วซ้ำอีก


ไม่ว่าจะมองจากด้านบนหรือด้านล่าง ไม่ว่าจะมาในช่วงเย็นหรือกลางคืน นี่คือหนึ่งในมุมที่สวยที่สุดของสวนเบญจกิติ และอาจเป็นหนึ่งในมุมที่สวยที่สุดของกรุงเทพมหานครในเวลานี้

Google Maps :https://maps.app.goo.gl/xqdabegKXUfor58TA

 

จุดที่ 6 : อัฒจันทร์กีฬา

 


พื้นที่อัฒจันทร์กลางแจ้งของสวนเบญจกิติเป็นอีกหนึ่งมุมที่ได้รับความนิยมจากสายถ่ายภาพแนว Street และ Fashion จุดเด่นอยู่ที่เส้นสายเรขาคณิตของขั้นบันไดที่เรียงตัวเป็นจังหวะสวยงาม เมื่อถ่ายร่วมกับฉากหลังของอาคารสูงย่านอโศก จะเกิดความตัดกันระหว่างพื้นที่สาธารณะกับมหานครสมัยใหม่ ช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด เพราะแสงจะส่องเฉียงผ่านพื้นผิวคอนกรีต เกิดเงาและมิติที่ช่วยให้ภาพดูโดดเด่นมากขึ้น

Google Maps :https://maps.app.goo.gl/qA2N418JfCByN8Nr5

 

จุดที่ 7 : โครงสร้างโรงงานยาสูบเดิม


โครงสร้างเหล็กและคอนกรีตที่หลงเหลือจากโรงงานยาสูบเดิมเป็นหนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ภายในสวนเบญจกิติ ความน่าสนใจอยู่ที่การผสมผสานระหว่างโครงสร้างอุตสาหกรรมเก่ากับพื้นที่สีเขียวสมัยใหม่ ทำให้ได้บรรยากาศคล้ายย่านสร้างสรรค์ในไต้หวันหรือเกาหลี


ช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ส่องเฉียงจะช่วยขับรายละเอียดของโครงสร้างออกมาอย่างสวยงาม เหมาะสำหรับสาย Architecture และ Editorial

Google Maps :https://maps.google.com/?q=Benjakitti+Forest+Park

 

จุดที่ 8 : เก้าอี้ผ้าใบริมทะเลสาบ


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : 17.00 – 18.30 น.


เก้าอี้ผ้าใบที่เรียงรายริมทะเลสาบกลายเป็นภาพจำใหม่ของสวนเบญจกิติ และเป็นหนึ่งในมุมยอดนิยมที่สุดของกรุงเทพฯ ในเวลานี้ จากจุดนี้สามารถมองเห็นทั้งผืนน้ำ แนวต้นไม้ และเส้นขอบฟ้าของเมืองอยู่ในเฟรมเดียวกัน จึงเหมาะทั้งการถ่ายภาพวิวและภาพผู้คน


ช่วงพระอาทิตย์ตกเป็นเวลาที่สวยที่สุด แสงสีทองจะสะท้อนผิวน้ำพร้อมฉากหลังของอาคารสูง สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและโรแมนติกอย่างมาก หลายคนอาจเดินทางมาที่นี่เพียงเพื่อถ่ายรูป แต่สุดท้ายกลับใช้เวลานั่งชมวิวอยู่นานกว่าที่ตั้งใจ

Google Maps :https://maps.google.com/?q=Benjakitti+Park+Lake

 

แม้สวนลุมพินีและสวนเบญจกิติจะอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่กลับสะท้อนบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน สวนลุมพินีให้ภาพของกรุงเทพฯ ในความทรงจำ ผ่านต้นไม้ใหญ่ ทะเลสาบ และบรรยากาศคลาสสิกที่อยู่คู่เมืองมานานเกือบศตวรรษ


ขณะที่สวนเบญจกิติสะท้อนภาพของกรุงเทพฯ ในอนาคต ผ่านพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทางเดินลอยฟ้า และการออกแบบที่ผสมผสานธรรมชาติเข้ากับมหานครได้อย่างลงตัว แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุด อาจไม่ใช่มุมถ่ายรูปสวย ๆ หรือจำนวนต้นไม้ในสวน หากคือ ภาพของผู้คนที่ออกมาใช้ชีวิตร่วมกัน

 

ภาพคนวิ่งออกกำลังกายหลังเลิกงาน คุณลุงคุณป้าที่ออกมาเต้นแอโรบิก กลุ่มเพื่อนที่มานั่งชมพระอาทิตย์ตก คู่รักที่มาถ่ายรูป พ่อแม่ที่พาลูกมาเดินเล่น หรือผู้คนที่เพียงแค่ออกมานั่งพักโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งหมดนี้คือสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า กรุงเทพมหานครกำลังเริ่มสร้าง "พื้นที่สาธารณะที่มีชีวิต" ได้จริง

 

ในอดีต คนเมืองอาจใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ในห้างสรรพสินค้า เพราะพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพยังมีไม่มากพอ แต่วันนี้ ภาพของสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติกำลังบอกเราว่า เมื่อเมืองลงทุนกับพื้นที่สาธารณะที่ดี ผู้คนก็พร้อมจะออกมาใช้ชีวิต พบปะ และสร้างความทรงจำร่วมกันอีกครั้ง


และบางที ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของสวนทั้งสองแห่ง อาจไม่ใช่การเป็นพิกัดถ่ายรูปยอดนิยม - แต่คือการทำให้ "พื้นที่สาธารณะ" กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง

การเดินทาง

เส้นทางนี้สามารถเดินเที่ยวได้ครบทั้ง 8 จุดภายในครึ่งวัน โดยใช้รถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

เริ่มต้นที่สวนลุมพินี

  • BTS ราชดำริลงทางออก 4 เดินประมาณ 200 เมตร เข้าประตูหลักสวนลุมพินี หรือ

  • MRT สีลมเดินเชื่อมเข้าสวนลุมพินีฝั่งถนนพระราม 4 ได้ทันที

เส้นทางแนะนำ

  1. ทะเลสาบกลางสวน

  2. อุโมงค์ต้นไม้

  3. เวทีโดมลุมพินีสถาน

  4. สะพานเขียว (Green Bridge)

จากนั้นเดินข้ามสะพานเขียวเข้าสู่สวนเบญจกิติ

  1. Skywalk สวนป่าเบญจกิติ

  2. อัฒจันทร์กีฬา

  3. โครงสร้างโรงงานยาสูบเดิม

  4. เก้าอี้ผ้าใบริมทะเลสาบ

ระยะทางเดินรวมประมาณ 4–5 กิโลเมตร ใช้เวลา 2–4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดที่แวะถ่ายภาพ


จุดจบเส้นทาง

  • MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เดินออกจากสวนเบญจกิติได้สะดวกที่สุด หรือ

  • BTS อโศก / MRT สุขุมวิทสำหรับผู้ที่ต้องการเดินต่อไปยังย่านอโศกและสุขุมวิท


ช่วงเวลาที่แนะนำ

  • สายถ่ายรูป06.00 – 09.00 น.เหมาะกับสวนลุมพินี แสงนุ่ม คนไม่เยอะ

  • สายเดินเล่นและถ่ายวิวเมือง16.30 – 19.00 น.เหมาะกับสวนเบญจกิติ ช่วง Golden Hour ต่อเนื่องถึง Blue Hour หลังพระอาทิตย์ตก


ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ

https://thestandard.co/life/aerobic-lumphini-park-dance-content/

https://www.instagram.com/p/DXvLVapCpEG/

https://www.thairath.co.th/sport/worldsport/others/2925435

https://www.timeout.com/bangkok/th/news/benjakitti-park-chair-for-sharing-043026

https://www.dailynews.co.th/news/5831072/

https://pantip.com/topic/34659850

https://publicspace.bangkok.go.th/Spaces/Info/B38EC1D0-49FE-4544-A709-AF9ED243ECCD

https://pantip.com/topic/30448219

https://www.tripgether.com/ที่เที่ยวแนะนำ/สวนลุมพินี-กรุงเทพฯ/

https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/judprakai/1223282

https://th.readme.me/p/36912

https://travel.trueid.net/detail/wQ366OX9K4ky

https://th.trip.com/moments/detail/bangkok-191-15508510/

https://travel.trueid.net/detail/J645rzq5DprM

https://publicspace.bangkok.go.th/Spaces/Info/0FA80112-02CB-45F1-B9B6-A59666D9B990

https://www.bltbangkok.com/home-highlight/41619/

https://www.wongnai.com/reviews/4bf4a3f8f6d046f2a5aac6f0e1493dcf

https://www.sanook.com/women/224745/

https://pantip.com/topic/42354187

6 นาทีที่แล้ว

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

0

0

0

โพสต์ที่คล้ายกัน

ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่
bottom of page