top of page
Clip path group
Clip path group

บ้านมือสอง 2569 ผงาดแรง! วิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ทำไมคนซื้อบ้านมือสองมากขึ้น

2 วันที่แล้ว

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

1

5

0


ปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเข้าสู่ช่วง “ทรงตัว–ปรับสมดุล” หลังจากผ่านวัฏจักรชะลอตัวต่อเนื่องหลายปี แม้ภาพรวมจะไม่ได้ขยายตัวแรงเหมือนช่วงก่อนโควิด แต่ตลาดไม่ได้ถดถอยรุนแรง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญกลับอยู่ที่ “พฤติกรรมผู้ซื้อ” ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า ซื้อบ้านปี 2569 แบบไหนคุ้มค่าที่สุด และคำตอบที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ คือ “บ้านมือสอง”


แนวโน้มบ้านมือสอง 2569 จึงไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่สะท้อนการปรับตัวของตลาดต่อปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ภาวะดอกเบี้ย มาตรการ LTV สต๊อกคงค้าง และโครงสร้างราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บทความนี้ LAD จะวิเคราะห์เชิงลึกทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ที่อยู่อาศัย และมุมมองผังเมือง เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมตลาดบ้านมือสองจึงเติบโตสวนทางบ้านใหม่ในปีนี้

 

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2569: ทรงตัวแต่โครงสร้าง Demand เปลี่ยน

ปี 2569 ไม่ใช่ปีที่ตลาดที่อยู่อาศัยจะ “โตแรง” แต่เป็นปีที่หลายสำนักมองว่าเป็นช่วง ทรงตัวและปรับสมดุล หลังผ่านจุดต่ำสุดของรอบตลาด โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ประเมินจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปี2569 ราว 314,593 หน่วย ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน และมูลค่าโอนรวมลดลงเล็กน้อยเช่นกัน สะท้อนว่าตลาดไม่ได้พัง แต่ยังไม่กลับไปคึกคักเต็มรูปแบบ 

 

ในภาวะ “ตลาดทรงตัว” สิ่งที่เปลี่ยนชัดคือ โครงสร้างความต้องการ (demand composition)

ผู้ซื้อจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า และการเข้าถึงได้จริง มากกว่าความใหม่ของโครงการ นี่คือจุดที่ทำให้ “บ้านมือสอง” กลายเป็นตัวเลือกหลักของคนจำนวนมาก

 

ทำไม “บ้านมือสอง” ถึงน่าสนใจกว่าบ้านใหม่ในสายตาผู้ซื้อปี 2569

ภายใต้ภาวะดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับกดดัน ภาระหนี้ครัวเรือนสูง และรายได้ที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้ซื้อบ้านจำนวนมากจึงหันมาใช้เหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์มากขึ้น พวกเขาไม่ได้มองเพียงราคาป้ายขาย แต่ประเมิน “ภาระผ่อนจริง” และ “มูลค่าที่ได้รับต่อบาทที่จ่าย” อย่างละเอียด

เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างตลาดในปีนี้ จะพบว่าอย่างน้อยมี 4 ปัจจัยหลักที่ทำให้บ้านมือสองโดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจน


1. ช่องว่างราคาระหว่างมือหนึ่ง–มือสอง “กว้างขึ้น”

ผลสำรวจของ SCB EIC ชี้ว่า ผู้สนใจซื้อที่อยู่อาศัยมือสองมีสัดส่วนสูง (ประมาณ 65% ของผู้ตอบที่มีแผนซื้อใน 5 ปีข้างหน้า) และให้เหตุผลสำคัญคือ ราคามือสองต่ำกว่ามือหนึ่ง ขณะที่ราคามือหนึ่งยังขยับขึ้นเร็วกว่า ทำให้ “ช่องว่างราคา” ยังคงกว้าง 

ในเชิงเศรษฐศาสตร์เมือง นี่คือ “Affordability squeeze” แบบคลาสสิก เมื่อรายได้โตไม่ทันราคาบ้านใหม่ ผู้ซื้อจะไหลไปสู่สินทรัพย์ที่ให้ประโยชน์ใช้สอยใกล้เคียงกันแต่ราคาต่ำกว่า (substitution effect) บ้านมือสองจึงตอบโจทย์คนที่อยาก “มีบ้านในทำเลดี” แต่ไม่อยากแบกราคาเปิดโครงการใหม่

 

2. บ้านมือสองได้ “ทำเล” ที่บ้านใหม่ให้ไม่ได้

บ้านใหม่จำนวนมากถูกผลักไปตามขอบเมือง เพราะต้นทุนที่ดินใจกลาง/แนวรถไฟฟ้าสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในทางกลับกัน บ้านมือสอง “เกิดก่อน” จึงมักอยู่ในโครงสร้างเมืองที่พร้อมกว่า และใกล้แหล่งงาน โรงเรียน โรงพยาบาล หรือโครงข่ายคมนาคมเดิม

 

ทำเลเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ คนซื้อบ้านจำนวนมากไม่ได้ซื้อแค่ตัวบ้าน แต่ซื้อ เวลาในการเดินทาง (time cost) และซื้อ โครงสร้างพื้นฐานเมือง (urban infrastructure) ที่สะสมมาแล้ว ทำเลของมือสองจึงมีพลังมาก โดยเฉพาะกลุ่มทาวน์เฮาส์/คอนโดที่ผู้ซื้ออยากอยู่ “ใกล้เมือง” ในงบจำกัด โดยมีการระบุด้วยว่าความสนใจมือสองสูงในบางประเภท เช่น ทาวน์เฮาส์และคอนโด 

3. บ้านมือสองคือ “บ้านพร้อมอยู่” ที่ตอบพฤติกรรมยุคใหม่

ข้อมูลด้านดีมานด์ในตลาด เช่น รายงานจากแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนว่าผู้หาบ้านให้ความสำคัญกับ “พร้อมอยู่/ลดภาระการแต่ง” มากขึ้น ซึ่งเข้ากับบ้านมือสองที่มีตัวเลือก รีโนเวทแล้ว หรือ ตกแต่งพร้อมอยู่ ได้ง่ายในเชิงตลาด นี่เชื่อมกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดอกเบี้ยสูง/ค่าครองชีพกดดัน คนอยากควบคุมงบรวม (total cost of ownership) ตั้งแต่วันแรก ไม่อยากเจอ “ค่าใช้จ่ายแฝง” หลังโอน

 

4. อุปทานมือสองทะลัก = ทางเลือกเยอะ + ต่อรองได้

REIC รายงานว่าตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง “ประกาศขาย” เพิ่มขึ้นมากในช่วงปี 2568 เช่น ไตรมาส 3 ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยระบุว่าการเพิ่มขึ้นเกิดในหลายประเภทและโดดเด่นในห้องชุด เมื่อฝั่งอุปทานเยอะขึ้น ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้น ต่อรองราคาได้มากขึ้น และเลือก “ของที่ตรงใจ” ได้ละเอียดกว่าโครงการใหม่ที่มักจำกัดแบบและราคา

 

บทบาทของ LTV: ช่วย “ทั้งมือหนึ่งและมือสอง” แต่ทำไมมือสองได้แรงส่งมากกว่า?

LTV (Loan-to-Value Ratio) คือ อัตราส่วนสินเชื่อบ้านเมื่อเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินพูดง่าย ๆ คือ “ธนาคารจะให้กู้กี่เปอร์เซ็นต์ของราคาบ้านที่เราซื้อ” โดยมีสูตรคือ

 

LTV (%) = (จำนวนเงินกู้ ÷ ราคาประเมินทรัพย์) × 100

 

ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ชั่วคราว ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2569 และครอบคลุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ทั้ง มือ 1 และมือ 2 (รวมถึงสินเชื่อเกี่ยวเนื่องบางประเภท) 

ในเชิงนโยบาย นี่ช่วยลดข้อจำกัดเงินดาวน์ ทำให้คนเข้าตลาดได้ง่ายขึ้น แต่เหตุผลที่ “บ้านมือสอง” ยังเด่น คือ

  • เมื่อเงินดาวน์กดดันน้อยลง ผู้ซื้อจะกลับไปชั่งน้ำหนัก “ความคุ้มค่าต่อราคา” มากขึ้น และมือสองมักชนะในมิตินี้

  • LTV เป็น “เงื่อนไขการเข้าถึงสินเชื่อ” แต่ไม่ได้ทำให้กำลังซื้อเพิ่มแบบถาวร หากรายได้ยังตึง คนก็ยังเลือกสินทรัพย์ที่ถูกกว่า (มือสอง) อยู่ดี

 



ความท้าทายที่บ้านใหม่กำลังเจออะไร?

การที่บ้านมือสองมาแรง ไม่ได้แปลว่าบ้านใหม่ไม่มีอนาคต แต่บ้านใหม่กำลังเจอ “โครงสร้างต้นทุน” และ “ความคาดหวังผู้ซื้อ” ที่เปลี่ยนไป

1. ต้นทุนที่ดิน–ก่อสร้าง–มาตรฐานโครงการ กดราคาเปิดตัว

บ้านใหม่ต้องแบกต้นทุนจำนวนมาก: ราคาที่ดิน, วัสดุ, มาตรฐานสิ่งแวดล้อม/ความปลอดภัย, การทำการตลาด และภาระการเงินของผู้พัฒนา สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาเป็น “ราคาเปิด” ที่ผู้ซื้อรู้สึกว่าไปไกลจากกำลังซื้อจริง

2. ผู้ซื้อรู้สึกว่า “จ่ายแพงขึ้น แต่ได้พื้นที่/ทำเลลดลง”

นี่คือความรู้สึกที่เกิดในหลายเมือง: โครงการใหม่มักอยู่ไกลขึ้น พื้นที่ใช้สอยเล็กลง หรือแลกด้วยค่าส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ซื้อจำนวนมากกลับไปหา “ของจริง” ที่มองเห็นได้ทันที ทำเล+พื้นที่+สภาพแวดล้อมที่จับต้องได้ของมือสอง

3. ตลาดไม่ได้โตพอจะรับสต๊อกใหม่แบบเดิม

เมื่อภาพรวมตลาดทรงตัว (ตามกรอบประเมินของ REIC) ผู้พัฒนาจะระมัดระวังการเปิดโครงการใหม่มากขึ้น และมักหันไปเน้นกลุ่มที่มีกำลังซื้อชัด (บ้านระดับบน/สินทรัพย์ที่สร้างรายได้) มากกว่า mass market ซึ่งยิ่งทำให้ “ช่องว่าง” กับความต้องการของคนทั่วไปกว้างขึ้น

 

บ้านมือสอง: กลไกปรับสมดุลโครงสร้างเมืองไทยในยุคอสังหาฯ ชะลอตัว

ในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าสู่ภาวะ “ทรงตัว” และผู้ซื้อให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากกว่าความใหม่ของโครงการ บ้านมือสองจึงไม่ได้เป็นเพียงตัวเลือกทางการเงิน แต่กำลังกลายเป็น “กลไกเชิงโครงสร้าง” ที่ส่งผลต่อรูปแบบการเติบโตของเมืองอย่างมีนัยสำคัญ


หากมองผ่านเลนส์ผังเมือง บ้านมือสองไม่ได้เป็นแค่สินทรัพย์ที่เปลี่ยนมือในตลาด แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยปรับสมดุลระหว่างการพัฒนาใหม่กับการใช้ทรัพยากรเมืองที่มีอยู่แล้ว บทบาทของบ้านมือสองจึงควรถูกวิเคราะห์ในระดับโครงสร้างเมืองอย่างจริงจัง


1. การใช้ทุนเชิงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ (Recycling Urban Assets)

เมืองทุกเมืองมี “ทุนสะสมเชิงพื้นที่” (spatial capital) อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างถนน ระบบขนส่งมวลชน สาธารณูปโภค โรงเรียน โรงพยาบาล และที่อยู่อาศัยเดิมจำนวนมหาศาล

บ้านมือสองคือส่วนหนึ่งของ urban stock นี้ เมื่อบ้านมือสองถูกซื้อ–ขาย–รีโนเวทใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ธุรกรรมทางเศรษฐกิจ แต่คือการ “นำทรัพยากรเดิมกลับมาใช้ซ้ำ” ในระดับที่อยู่อาศัย

แทนที่เมืองจะต้องขยายตัวออกไปสู่พื้นที่ใหม่ พร้อมลงทุนสาธารณูปโภคเพิ่ม บ้านมือสองทำให้เมืองสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่เดิมได้  แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการผังเมืองร่วมสมัย เช่น

  • เมืองกระชับ (Compact City)

  • การพัฒนาเติมเต็มในพื้นที่เดิม (Infill Development)

  • การฟื้นฟูเมือง (Urban Regeneration)

ในบริบทกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ของไทย ซึ่งมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากไปแล้ว การรักษาประชากรให้อยู่ในพื้นที่เดิมจึงเท่ากับการทำให้การลงทุนสาธารณะเกิดประโยชน์สูงสุด



2. บ้านมือสองกับการลดแรงผลักดัน Urban Sprawl

Urban sprawl หรือการขยายเมืองออกสู่รอบนอก เกิดขึ้นเมื่อราคาที่ดินในเมืองสูงจนประชากรต้องย้ายออกไปยังพื้นที่ห่างไกลกว่า ผลที่ตามมาคือ

  • ระยะทางเดินทางไกลขึ้น

  • ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น

  • การพึ่งพารถยนต์สูงขึ้น

  • พื้นที่สีเขียวและพื้นที่เกษตรถูกเปลี่ยนเป็นที่อยู่อาศัย

แต่หากตลาดบ้านมือสองในเมืองยังคงเข้าถึงได้ ประชากรสามารถอยู่ในทำเลเดิมได้โดยไม่ต้องย้ายออกไปยังขอบเมือง ในเชิงผังเมือง นี่คือการรักษาความหนาแน่นประชากรในเขตเมืองชั้นใน

แม้ประเทศไทยจะไม่มีมาตรการควบคุมขอบเขตเมืองแบบชัดเจนเหมือนบางประเทศตะวันตก แต่ตลาดบ้านมือสองสามารถทำหน้าที่เป็น “กลไกควบคุมการขยายเมืองโดยอ้อม” ได้ เมื่อประชากรไม่ถูกผลักออกไป เมืองก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนขยายถนน ระบบไฟฟ้า ประปา หรือบริการสาธารณะออกไปไกลขึ้นโดยไม่จำเป็น


3. การฟื้นฟูย่าน (Neighborhood Upgrading)

การพัฒนาเมืองไม่ได้เกิดขึ้นจากเมกะโปรเจกต์เพียงอย่างเดียว ในหลายกรณี การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากระดับจุลภาค เช่น การรีโนเวทบ้านหนึ่งหลัง การปรับปรุง façade การเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้ประโยชน์ของอาคาร (adaptive reuse) หรือ การเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจขนาดเล็ก


เมื่อบ้านมือสองถูกซื้อและปรับปรุงใหม่ กระบวนการนี้สามารถยกระดับภาพลักษณ์ของย่าน และส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินโดยรอบ หากมีมาตรการสนับสนุน เช่น

  • สินเชื่อรีโนเวท

  • สิทธิประโยชน์ด้านภาษี

  • การสนับสนุน mixed-use ขนาดเล็ก

บ้านมือสองสามารถกลายเป็นเครื่องมือฟื้นฟูเมืองที่ทรงพลังได้อย่างยั่งยืน


อย่างไรก็ตาม แม้บ้านมือสองจะมีบทบาทเชิงบวกต่อโครงสร้างเมือง แต่กระแสรีโนเวทจำนวนมากอาจนำไปสู่การปรับราคาที่ดินสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากไม่มีมาตรการรองรับ อาจเกิดความเสี่ยงต่อการเกิด Gentrification อันส่งผลต่อ

  • การผลักดันผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมออกจากพื้นที่

  • การสูญเสียความหลากหลายทางสังคม

ดังนั้น การวางผังเมืองควรมีเครื่องมือเสริม เช่น

  • การคงสัดส่วนที่อยู่อาศัยระดับราคาที่เข้าถึงได้

  • การส่งเสริมความหลากหลายของประเภทที่อยู่อาศัย

  • นโยบายสนับสนุนการอยู่อาศัยของคนรายได้ปานกลาง–ล่าง

 


บ้านมือสอง “ผงาด” เพราะเป็นคำตอบของยุคกำลังซื้อเปราะบาง

ภาพรวมปี 2569 คือ ตลาดทรงตัว แต่ผู้ซื้อใช้เหตุผลมากขึ้น เลือกความคุ้มค่ามากขึ้น และให้ความสำคัญกับทำเล+ต้นทุนรวมมากขึ้น ทำให้บ้านมือสองได้เปรียบเชิงโครงสร้าง โดยมีแรงหนุนจาก (1) ช่องว่างราคา (2) ทำเล (3) บ้านพร้อมอยู่/รีโนเวทง่าย และ (4) อุปทานที่มากขึ้นในตลาด ขณะเดียวกันมาตรการ LTV ที่ผ่อนคลายถึงกลางปี 2569 ช่วยลดแรงเสียดทานด้านเงินดาวน์ทั้งมือหนึ่งและมือสอง แต่ไม่ได้ลบความจริงเรื่อง affordability—จึงยิ่งทำให้ “มือสอง” เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับคนส่วนใหญ่

 

ในยุคที่ต้นทุนที่ดินสูงขึ้น โครงสร้างพื้นฐานมีราคาแพง และเศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอน บ้านมือสองอาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการปรับสมดุลเมืองไทย

บ้านมือสองช่วย

  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทุนเมืองเดิม

  • ลดแรงขยายเมืองไร้ทิศทาง

  • สนับสนุนการฟื้นฟูย่านแบบค่อยเป็นค่อยไป

  • เสริมความเข้มแข็งของเมืองกระชับ

ดังนั้น หากมองให้ลึกกว่าตลาดซื้อ–ขาย บ้านมือสองไม่ใช่เพียงทางเลือกของผู้บริโภค แต่คือส่วนหนึ่งของกลไกเชิงพื้นที่ที่กำหนดทิศทางการเติบโตของเมืองไทยในทศวรรษต่อไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :

https://reic.or.th/News/RealEstate/470673

https://www.scbeic.com/th/detail/product/REsurvey2025-171025

https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/เจาะลึกคนหาบ้าน-92590

https://reic.or.th/News/RealEstate/470668

https://www.bot.or.th/th/news-and-media/news/news-20250320

https://www.prachachat.net/property/news-1948002

https://www.nytimes.com/2025/04/10/magazine/suburban-sprawl-texas.html

https://room.baanlaesuan.com/242087/living/house/thd-house

https://home.kapook.com/view277277.html

https://phanita.medium.com/compact-city-5d278dc1939

2 วันที่แล้ว

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

1

5

0

โพสต์ที่คล้ายกัน

ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่
bottom of page