
กทม. เปิด “ห้องหลบร้อน” 141 จุดทั่วกรุงเทพฯ รับมือคลื่นความร้อน 2569 เช็กพิกัดใกล้บ้านด่วน!
2 วันที่แล้ว
ใช้เวลาอ่าน 2 นาที
2
14
0

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ความร้อน” ไม่ได้เป็นเพียงฤดูกาลที่เราคุ้นเคยอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของเมือง โดยเฉพาะมหานครขนาดใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่ต้องเผชิญทั้งอุณหภูมิสูง ความชื้นสะสม และปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง (Urban Heat Island: UHI) ซึ่งทำให้บางพื้นที่ร้อนกว่าพื้นที่รอบนอกอย่างมีนัยสำคัญ
ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง คือภาวะที่พื้นที่เมืองร้อนกว่าชนบท แม้ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ในปริมาณใกล้เคียงกัน ปัจจัยสำคัญมาจากพื้นผิวแข็งและสีเข้ม เช่น คอนกรีต ยางมะตอย และอาคารหนาแน่น รวมถึงกิจกรรมของมนุษย์โดยเฉพาะการคมนาคมและการใช้พลังงาน ซึ่งทำให้เมืองดูดซับและกักเก็บความร้อนได้มากกว่าพื้นที่ธรรมชาติ ผลลัพธ์คืออุณหภูมิในเมืองอาจสูงกว่าพื้นที่รอบข้างได้ถึง 10–15 องศาเซลเซียส กระทบต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ และประสิทธิภาพการใช้ชีวิตของประชากรเมือง ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบ 70% ภายในปี 2050
ต่างจากพื้นที่ชนบทที่ปกคลุมด้วยหญ้า พืชผล และป่าไม้ ซึ่งช่วยระบายความร้อนผ่านกระบวนการคายน้ำ พืชพรรณทำหน้าที่เสมือนเครื่องปรับอากาศตามธรรมชาติ ดูดน้ำจากดินและปล่อยไอน้ำสู่บรรยากาศ ช่วยลดอุณหภูมิของสภาพแวดล้อม ขณะที่พื้นผิวแข็งในเมืองไม่สามารถซึมน้ำหรือถ่ายเทความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างอาคารสูงและถนนแคบยังก่อให้เกิดปรากฏการณ์หุบเขาเมือง (Urban Canyon Effect) ที่สะท้อนและกักเก็บรังสีความร้อนระหว่างอาคาร พร้อมทั้งขัดขวางการไหลเวียนของลมตามธรรมชาติ ขณะเดียวกัน มลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลยังทำหน้าที่เสมือนชั้นเรือนกระจกขนาดย่อม ปิดคลุมและกักเก็บความร้อนเหนือพื้นที่เมือง

มาตรการเร่งด่วนของกรุงเทพฯ
ปี 2569 กรุงเทพมหานครประกาศมาตรการเชิงรุก เปิด “ห้องหลบร้อน” (BKK Cooling Center) รวม 141 จุดทั่วเมือง เพื่อให้ประชาชนเข้าใช้พื้นที่ปรับอากาศพักคลายร้อนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในช่วงอากาศร้อนจัด เป้าหมายสำคัญคือการลดความเสี่ยงจากภาวะฮีตเวฟ (Heat Wave) และโรคลมแดด (Heat Stroke) โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และแรงงานกลางแจ้ง
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่ง ของ “โครงการจัดการความร้อนในเมือง” ซึ่งกรุงเทพมหานครขับเคลื่อนร่วมกับธนาคารโลก เพื่อต่อยอดรายงาน Shaping a Cooler Bangkok (2568) ไปสู่การกำหนดนโยบายและเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง โดยมี พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่กำกับทิศทางการดำเนินงาน
แกนสำคัญของโครงการคือการใช้แบบจำลอง Microclimate Data Platform (MDP) เพื่อวิเคราะห์ “จุดความร้อน” (Heat Hotspots) ในระดับรายเขตอย่างละเอียด ทำให้เมืองสามารถระบุพื้นที่เสี่ยงได้อย่างแม่นยำ และออกแบบมาตรการที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ แทนการอาศัยข้อมูลภาพรวมทั้งเมืองเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้สะท้อนการยกระดับการจัดการความร้อนจากมาตรการเฉพาะหน้า ไปสู่การบริหารความเสี่ยงเชิงระบบที่อาศัยข้อมูลและแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานในการตัดสินใจ

ห้องหลบร้อน 141 จุด มีที่ไหนบ้าง?
ห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) ทั้ง 141 จุด กระจายตัวอยู่ในพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ครอบคลุมหลายประเภทสถานที่ เพื่อให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่สามารถเดินทางไปพักคลายร้อนได้สะดวก โดยเฉพาะในช่วงวันที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ ได้แก่
โรงเรี ยนนำร่อง 10 แห่ง
สำนักงานเขตครบทั้ง 50 เขต
ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง
ศูนย์กีฬา 12 แห่ง
นอกเหนือจากการจัดตั้งพื้นที่พักพิงชั่วคราว กรุงเทพมหานครยังวางกรอบดำเนินงานเชิงระบบไว้ 4 แนวทางหลัก ได้แก่
ประการแรก การพัฒนาระบบแจ้งเตือนค่า Heat Index เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงจากความร้อนแบบรายวัน และสื่อสารเตือนประชาชนล่วงหน้าอย่างทันท่วงที
ประการที่สอง การดูแลกลุ่มเสี่ยง อาทิ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัว และแรงงานกลางแจ้ง ผ่านมาตรการเชิงรุกและการประสานงานกับหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่
ประการที่สาม การปรับปรุงสภาพแวดล้อมเมืองให้เย็นลงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ส ีเขียว ส่งเสริมร่มเงา และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดการสะสมความร้อน
ประการสุดท้าย การสื่อสารข้อมูลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเข้าใจความเสี่ยง และสามารถปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมกับสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น
แนวทางทั้งหมดนี้สะท้อนการจัดการความร้อนในเมืองที่มุ่งทั้งการบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า และการปรับตัวเชิงโครงสร้างในระยะยาว
ความร้อนเมือง : วิกฤตที่ไม่ ใช่เรื่องไกลตัว
คลื่นความร้อนไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ตามฤดูกาล หากกำลังกลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่เกิดขึ้นถี่และรุนแรงขึ้นทั่วโลก ไม่เฉพาะในประเทศไทย หลายประเทศเผชิญอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ ไม่ว่าจะเป็นสเปน อิตาลี และฝรั่งเศสที่ประสบคลื่นความร้อนต่อเนื่อง ขณะที่บางรัฐของสหรัฐอเมริกา มีอุณหภูมิสูงกว่า 45 องศาเซลเซียสหลายวันติดต่อกัน และบางพื้นที่ของอินเดียเคยแตะระดับใกล้ 50 องศาเซลเซียส ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ที่สุขภาพของประชาชนเท่านั้น แต่ลุกลามไปถึงระบบพลังงาน เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอย่างชัดเจน
หลายมหานครจึงพัฒนาแผนรับมือความร้อนอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น ปารีสที่ดำเนินแผน Plan Canicule พร้อมระบบเตือนภัยหลายระดับและการเปิดอาคารสาธารณะเป็นพื้นที่หลบร้อน ขณะที่นิวยอร์ค จัดทำแผนที่ออนไลน์แสดงตำแหน่ง Cooling Center ทั่วเมือง ส่วนสิงคโปร์เลือกใช้มาตรการเชิงโครงสร้างระยะยาว เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียวแนวตั้ง การสร้างร่มเงา และการออกแบบผังเมืองให้เอื้อต่อการระบายลมตามธรรมชาติ ประสบการณ์จากเมืองเหล่านี้สะท้อนชัดว่า Heat Wave ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า หากเป็นบททดสอบความยืดหยุ่นของเมือง (Urban Resilience) ว่าเมืองนั้นมีความพร้อมเพียงใดในการปกป้องประชาชนและรักษาเสถียรภาพของระบบเมืองในภาวะสุดขั้ว

ความร้อนเกี่ยวข้องกับ “ปัญหาเมือง” อย่างไร?
ความร้อนเมืองจึงไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางภูมิอากาศ แต่สะท้อนถึงโครงสร้างการพัฒนาเมืองโดยตรง ทั้งในมิติของกายภาพ สังคม เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน หากพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะพบว่าความร้อนคือ “อาการ” ของระบบเมืองที่กำลังเผชิญความเปราะบางในหลายระดับ
1. ปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง (Urban Heat Island)
หนึ่งในสาเหตุหลักของอุณหภูมิที่สูงกว่าพื้นที่โดยรอบคือปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง ในขณะเดียวกัน การลดลงของพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ใหญ่ยิ่งทำให้เมืองขาดกลไกธรรมชาติในการสร้างร่มเงาและลดอุณหภูมิผ่านกระบวนการคายน้ำของพืช เมื่อเมืองเติบโตโดยเน้นความหนาแน่นและพื้นที่ใช้สอยมากกว่าพื้นที่เปิดโล่ง ความร้อนจึงกลายเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
2. ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่และสังคม
ความร้อนไม่ได้กระทบทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน งานวิจัยในหลายประเทศชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ที่มีรายได้น้อยมักมีอุณหภูมิสูงกว่า เนื่องจากขาดพื้นที่สีเขียว มีความหนาแน่นของสิ่งปลูกสร้างสูงและคุณภาพอาคารต่ำ
ครัวเรือนรายได้น้อยจำนวนมากอาศัยอยู่ในบ้านที่ระบายอากาศไม่ดี ใช้วัสดุก่อสร้างที่ดูดซับความร้อน และไม่สามารถเข้าถึงเครื่องปรับอากาศได้อย่างต่อเนื่องเพราะภาระค่าไฟฟ้า ความร้อนจึงกลายเป็นประเด็นด้านความเป็นธรรม (urban justice) ที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยของกลุ่มเปราะบางโดยตรง
3. โครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงาน
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะจากเครื่องปรับอากาศ จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าเผชิญภาระสูงสุด (peak load) บ่อยครั้งขึ้น หา กไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงไฟฟ้าดับหรือความไม่เสถียรของระบบพลังงาน
นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นยังสะท้อนกลับไปยังครัวเรือนและภาคธุรกิจ ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานกลายเป็นภาระทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศร้อนยาวนานกว่าปกติ เมืองที่พึ่งพาการทำความเย็นด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว จึงมีความเปราะบางในเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน
4. ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเมืองและกิจกรรมสาธารณะ
อุณหภูมิที่สูงจัดส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตในเมืองโดยตรง กิจกรรมกลางแจ้งลดลง การเดินเท้าหรือการใช้พื้นที่สาธารณะถูกจำกัดในช่วงกลางวัน ร้านค้าและธุรกิจบางประเภทอาจมีรายได้ลดลงในช่วงอากาศร้อนจัด
ในระดับแรงงาน ความร้อนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน (productivity) โดยเฉพาะแรงงานกลางแจ้ง เช่น ก่อสร้าง ขนส่ง หรือพ่อค้าแม่ค้าแผงลอย เมื่ออุณหภูมิสูงเกินขีดที่ร่างกายสามารถปรับตัวได้อย่างปลอดภัย เมืองจึงสูญเสียทั้งศักยภาพทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน

ควา มร้อน คือบททดสอบความยืดหยุ่นของเมือง (Urban Resilience)
ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า การรับมือความร้อนไม่ใช่เพียงการเปิดเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นยุทธศาสตร์เมืองที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบพื้นที่สาธารณะ การใช้ที่ดิน ความหนาแน่นอาคาร และความเป็นธรรมทางสังคม
ในบริบทของกรุงเทพฯ การเปิดห้องหลบร้อนถือเป็นมาตรการระยะสั้นที่สำคัญและจำเป็น
แต่ในระยะยาว คำถามสำคัญคือ เมืองจะปรับตัวอย่างไรให้ลดการสะสมความร้อนโดยโครงสร้าง
ไม่ใช่เพียงพึ่งพาพลังงานมากขึ้นทุกปี เพราะท้ายที่สุดแล้ว ปัญหาความร้อนเมืองไม่ใช่เพียงเรื่องอุณหภูมิ หากแต่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต ความยั่งยืน และความยืดหยุ่นของเมืองทั้งระบบ
เช็คเลย คุณจะไปหลบร้อนที่ไหนดี : https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/
.
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
https://heat.gov/urban-heat-islands
https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/
https://urbancreature.co/bkk-cooling-center/
https://earth.org/data_visualization/too-hot-to-live-in/
https://thainews.prd.go.th/nbtworld/news/view/106259/?bid=1
https://www.bangkokbiznews.com/environment/1192898
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S016980952031070X?via%3Dihub
https://citycracker.co/city-environment/urban-heat-island/
https://www.sg101.gov.sg/resources/archives/environment-urban-heat-island-effect/
https://land8.com/how-landscape-architecture-mitigates-the-urban-heat-island-effect/







