
ที่ดินคุณได้รับผลกระทบจากผังเมืองใหม่ 2570 หรือไม่? เช็คประเด็นเปลี่ยนแปลง วิธีตรวจสอบและยื่นคำร้องก่อนหมดเขต 90 วัน
12 นาทีที่แล้ว
ใช้เวลาอ่าน 2 นาที
0
0
0

กรุงเทพมหานครกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบกว่า 10 ปี
...
ไม่ใช่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ
ไม่ใช่โครงการรถไฟฟ้าสายใหม่
แต่คือ “ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4)” เครื่องมือที่กำหนดอนาคตของการใช้ที่ดิน ถนน อาคาร การลงทุน และการเติบโตของเมืองทั้งกรุงเทพฯ ในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
หลังผ่านกระบวนการแก้ไขมาแล้วถึง 4 รอบ รับฟังความคิดเห็นมากกว่า 15,000 ความเห็น ครอบคลุมกว่า 800 ประเด็น และปรับแก้สาระสำคัญหลายครั้ง นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะสะท้อนว่า “ผังเมืองฉบบนี้” ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารทางเทคนิคอีกต่อไป แต่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
ล่าสุดร่างผังเมืองฉบับใหม่กำลังเข้าส ู่ช่วงปิดประกาศรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 90 วัน ก่อนเข้าสู่กระบวนการสุดท้าย และมีเป้าหมายประกาศใช้ภายในปี 2570
คำถามสำคัญคือ
ที่ดินของคุณจะได้รับผลกระทบหรือไม่?
มูลค่าที่ดินจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง?
สามารถพัฒนาโครงการได้มากขึ้นหรือน้อยลง?
ยังมีสิทธิขอแก้ไขหรือคัดค้านผังเมืองได้หรือไม่?
และที่สำคัญที่สุด
จะตรวจสอบได้อย่างไรว่า "ที่ดินของเรา" อยู่ในพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่?

ผังเมืองใหม่ เปลี่ยนอะไรบ้าง?
แม้รายละเอียดของผังเมืองจะมีจำนวนมาก แต่สาระสำคัญที่กระทบประชาชนโดยตรงมีอยู่ 4 ประเด็นหลัก
ลดจำนวนถนนโครงการจาก 148 สาย เหลือ 96 สาย
หนึ่งในประเด็นที่สร้างความกังวลมากที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือ “ถนนโครงการ” เดิมร่างผังเมืองกำหนดแนวถนนใหม่ไว้ถึง 148 สาย หลายพื้นที่กังวลเรื่องการเวนคืนที่ดิน การสูญเสียทรัพย์สิน และผลกระทบต่อชุมชนเดิม
หลังการรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาโดยคณะกรรมการหลายชุด กรุงเทพมหานครตัดสินใจปรับลดแนวถนนเหลือเพียง 96 สาย พร้อมยกเลิกถนนขนาดเล็กจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองชั้นใน เช่น พญาไท ดินแดง จตุจักร และวัฒนา ถนนบางสายยังคงจำเป็นต่อระบบเมือง แต่หลายสายถูกลดขนาดเขตทางลง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

ปรับสีผังเมืองครั้งใหญ่
การกำหนดพื้นที่เว้นขาว ที่ทับซ้อนกับเขตเศรษฐกิจพัฒนาพิเศษ (EEC)’ ซึ่งมีกฎหมาย EEC เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยจะมีถนนเป็นขายื่นเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมต่อสนามบิน เข้าทางลาดกระบัง ไปยังดอนเมือง รวมถึงการปรับผังสีของพื้นที่หลายบริเวณ อาทิ
มักกะสัน–กรุงเทพอภิวัฒน์ : กำลังถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของกรุงเทพฯ หากมีพื้นที่ใดได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดในร่างผังเมืองฉบับใหม่ พื้นที่นั้นคือ กรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) และมักกะสัน พื้นที่รอบสถานีทั้งสองแห่งถูกปรับเป็น “พื้นที่พาณิชยกรรมสีแดง” เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับศักยภาพของระบบรางและการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ ที่ส่งสัญญาณว่า กรุงเทพฯ กำลังพยายามเปลี่ยนศูนย์กลางเศรษฐกิจจากเมืองชั้นในแบบเดิม ไปสู่โครงสร้างเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยระบบขนส่งมวลชน (Transit-Oriented Development :TOD)
นอร์ ธปาร์ค–ทุ่งสองห้อง : เมื่อรถไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนมูลค่าที่ดิน อีกหนึ่งจุดที่ถูกจับตามองคือพื้นที่รอบโครงการนอร์ธปาร์คและสถานีรถไฟฟ้าทุ่งสองห้อง ร่างผังเมืองได้ปรับพื้นที่บางส่วนจากที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (สีส้ม) ไปเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) เพื่อสะท้อนศักยภาพใหม่ที่เกิดขึ้นจากรถไฟฟ้า ศูนย์ราชการ และโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่
อโศกไม่ขึ้นสีแดง แต่กลับไปสีน้ำตาล ตรงกันข้ามกับหลายพื้นที่ที่ได้รับการอัปเกรด ย่านอโศกกลับเป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ถูก “ดาวน์โซน” เดิมมีข้อเสนอให้เปลี่ยนเป็นพื้นที่พาณ ิชยกรรมสีแดง แต่หลังรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและการพิจารณาของคณะกรรมการ สุดท้ายจึงปรับกลับเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (สีน้ำตาล) ใกล้เคียงกับสภาพเดิม กรณีนี้สะท้อนหลักคิดสำคัญของผังเมืองฉบับใหม่ ไม่ใช่ทุกพื้นที่ต้องถูกเร่งพัฒนา แต่ต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทจริงของพื้นที่

ยกเลิกพื้นที่พักน้ำเพื่อการป้องกันน้ำท่วม จำนวน 5 แห่ง และการอนุรักษ์ชายฝั่ง
ประกอบด้วย บึงหมู่บ้านชวนชื่น บางเขน, บึงหมู่บ้านมณียา, บึงสวนสยาม, บึงหมู่บ้านชวนชื่นพาร์ควิลล์ และบึงหมู่บ้านเคซี เลควิว เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินและบริบทพื้นที่ไปจากเดิม จึงไม่สอดคล้องกับบทบาทการเป็นพื้นที่พักน้ำตามที่กำหนดไว้ในผังเมืองเดิม
อีกพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือชายฝั่งบางขุนเทียน ร่างผังเมืองปรับพื้นที่จากเกษตรกรรม ก.2 เป็น ก.1 ซึ่งเป็นการเพิ่มระดับการคุ้มครองพื้นที่ชายฝั่ง และจำกัดการพัฒนาที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในอนาคต นี่เป็นสัญญาณว่า ผังเมืองใหม่ไม่ได้มองเพียงเรื่องเศรษฐกิจ แต่เริ่มให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น
ยกเลิกมาตรการโอนสิทธิการพัฒนา (TDR)
ร่างผังเมืองฉบับใหม่ได้ยกเลิกมาตรการ TDR ซึ่งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการพัฒนาเมืองและสร้างความเป็นธรรมให้แก่เจ้าของที่ดิน โดยเปิดโอกาสให้สามารถโอนหรือปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวม (FAR) ระหว่างแปลงที่ดินประเภทเดียวกันในบริเวณเดียวกัน รวมถึงการโอนสิทธิการพัฒนาจากแปลงที่ดินที่มีอาคารประวัติศาสตร์หรืออาคารที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ไปยังแปลงที่ดินที่อยู่ภายในรัศมี 500 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้า เพื่อชดเชยข้อจำกัดในการพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาเมือง อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาใช้จริงในทางปฏิบัติ จึงถูกยกเลิกออกจากร่างผังเมืองฉบับปรับปรุงครั้งนี้
คนกรุงเทพฯ ยังมีสิทธิ “เปลี่ยนผังเมือง” ได้อีกครั้งในรอบสุดท้าย
แม้หลายคนจะคิดว่า “ผังเมือง” เป็นเรื่องของหน่วยงานรัฐ นักผังเมือง หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
แต่ความจริงแล้ว ในช่วงปิดประกาศรับฟังความคิดเห็น 90 วันข้างหน้า ประชาชนยังสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือคัดค้านข้อกำหนดบางส่วนของร่างผังเมืองได้อย่างเป็นทางการ
วิธีเช็กว่าที่ดินของคุณได้รับผลกระทบหรือไม่
หากคุณเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้ประกอบการ หรือกำลังวางแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจสอบสถานะของที่ดินตนเอง
ตรวจสอบ 4 เรื่องสำคัญ
1. สีผังเมือง : ตรวจสอบว่าที่ดินของคุณอยู่ในพื้นที่สีอะไร
สีเหลือง = ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
สีส้ม = ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
สีน้ำตาล = ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
สีแดง = ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม
สีม่วง = ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม
สีเขียว = เขตอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
สีน้ำเงิน = ที่ดินประเภทสถาบันราชการและสาธารณูปโภค
การเปลี่ยนสีผังเมืองอาจส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าที่ดินและศักยภาพการพ ัฒนา
2. แนวถนนโครงการ : ตรวจสอบว่าที่ดินของคุณอยู่ในแนวถนนโครงการหรือไม่
แม้จะมีการยกเลิกถนนจำนวนมากแล้ว แต่บางพื้นที่ยังคงถูกสงวนแนวถนนไว้เพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต
3. ข้อกำหนด FAR และ OSR
FAR = อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน
OSR = อัตราส่วนพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคาร
ทั้งสองตัวแปรมี ผลโดยตรงต่อความสูงอาคาร ขนาดโครงการ และความคุ้มค่าของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
4. ข้อกำหนดพิเศษเฉพาะพื้นที่
บางพื้นที่มีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสูงอาคาร การอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว หรือแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินเฉพาะกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาโครงการในอนาคต

ใครบ้างที่มีสิทธิยื่นคำร้อง?
หลายคนเข้าใจว่าการยื่นคำร้องเกี่ยวกับผังเมืองเป็นสิทธ ิของเจ้าของที่ดินเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้มีส่วนได้เสียที่มีสิทธิยื่นคำร้องไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าของที่ดินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคคลที่สามารถแสดงได้ว่าตนได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดของผังเมืองด้วย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ หากท่านเป็น
เจ้าของที่ดิน
เจ้าของอาคารหรือทรัพย์สินที่อยู่ในพื้นที่เกี่ยวข้อง
ผู้อยู่อาศัยในชุมชน
ผู้ประกอบการในพื้นที่
บุคคลที่สามารถแสดงให้เห็นว่ามีส่วนได้เสียจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ก็สามารถยื่นคำร้องต่อกรุงเทพมหานครได้เช่นกัน
นี่ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะหลายประเด็นที่ถูกปรับแก้ในร่างผังเมืองฉบับล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกถนนหลายสาย การปรับสีผังเมืองบางพื้นที่ หรือการลดผลกระทบจากแนวเวนคืน ล้วนเกิดขึ้นจากการยื่นความเห็นและข้อเสนอของประชาชนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้น ช่วงเวลา 90 วั นนับจากนี้ จึงอาจเป็น “โอกาสสุดท้าย” ที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมโดยตรงต่อการกำหนดอนาคตของย่านที่ตนเองอาศัยอยู่
อยากคัดค้านหรือขอแก้ผังเมือง ต้องทำอย่างไร?
หากเห็นว่าการกำหนดสีผังเมือง แนวถนน โครงการคมนาคม หรือข้อกำหนดใด อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ของตนเองในอนาคต การยื่นคำร้องในช่วงนี้อาจมีความสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะเมื่อผังเมืองประกาศใช้แล้ว กติกาการพัฒนาเมืองชุดนี้จะกลายเป็นกรอบสำคัญที่กำหนดทิศทางการเติบโตของกรุงเทพมหานครไปอีกนานหลายสิบปี
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถยื่นคำร้องได้ด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ของสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเปิดศูนย์รับคำร้องตลอดช่วงปิดประกาศ 90 วัน โดยหลังผ่านกระบวนการพิจารณาแล้ว ผู้ยื่นคำร้องจะได้รับหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการในภายหลัง โดยการยื่นคำร้องเกี่ยวกับผังเมืองกรุงเทพมหานคร แบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก
กรณีที่ 1 : ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินของตนเอง
สำหรับผู้ที่ต้องการทราบว่า
ที่ดินของตนอยู่ในผังเมืองสีอะไร
สามารถก่อสร้างอาคารประเภทใดได้บ้าง
มีข้อจำกัดด้าน FAR, OSR หรือข้อกำหนดพิเศษหรือไม่
เอกสารที่ต้องใช้:
สำเนาโฉนดที่ดิน หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำร้อง
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบให้ผู้อื่นดำเนินการ พร้อมติดอากรแสตมป์)
ช่องทางการติดต่อ

