
ศิริราชบางโพ 16,960 ล้านบาท : เมกะโปรเจกต์พลิกโฉมบางโพ สู่ Medical District แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
1 วันที่แล้ว
ใช้เวลาอ่าน 2 นาที
0
0
0

จากโรงพยาบาล สู่ตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงเมืองริมเจ้าพระยา
หากพูดถึงโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนอาจนึกถึงรถไฟฟ้าสายใหม่ ศูนย์การค้า หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดยักษ์
แต่ในความเป็นจริง เมืองจำนวนมากทั่วโลกกลับเปลี่ยนแปลงจาก "มหาวิทยาลัย" "สนามบิน" หรือ "ศูนย์การแพทย์" มากกว่าสิ่งอื่นใด เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างเพียงอาคาร แต่สร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ขึ้นมาทั้งระบบ
เพราะศูนย์การแพทย์ไม่ได้ดึงดูดเฉพาะผู้ป่วย แต่ดึงดูดแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ นักลงทุน ผู้ประกอบการ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
และวันนี้ บางโพอาจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนลักษณะเดียวกัน
ล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบโครงการจัดตั้ง “สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ” หรือ SI NEXT (Siriraj International Medical Institute) ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
โครงการมูลค่าลงทุนรวมกว่า 16,960.59 ล้านบาท บนที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาขนาด 12 ไร่ 2 งาน ติดถนนประชาราษฎร์สาย 1 ใกล้สถานี MRT บางโพ และอาจกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่สุดของการพัฒนาย่านบางโพในอนาคต
คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ "กรุงเทพฯ จะมีโรงพยาบาลใหม่อีกแห่งหรือไม่?"
แต่คือ
"ศิริราชบางโพ กำลังก่อกำเนิด Medical District แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ หรือไม่?"
SI NEXT คืออะไร?
SI NEXT หรือ สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ ถูกวางบทบาทให้เป็นโรงพยาบาลภาครัฐแห่งแรกของประเทศไทยที่พัฒนาในรูปแบบ “ต้นแบบและศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)” โดยมุ่งให้บริการทางการแพทย์ระดับสูงด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่อยู่ในระดับ “เหนือตติยภูมิ” (Super-tertiary Care)
เป้าหมายคือการยกระดับศักยภาพการรักษาพยาบาลของประเทศให้สามารถแข่งขันและเทียบเคียงมาตรฐานระดับสากลได้
พร้อมสร้างรายได้กลับคืนสู่ระบบสาธารณสุขของโรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำไปสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยในระบบสาธารณสุขของประเทศต่อไป

อาคารขนาดมหึมา 19 ชั้น พื้นที่ใช้สอยเกือบ 150,000 ตารางเมตร
โครงการประกอบด้วยอาคารสูง 19 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้น 149,714 ตารางเมตร โดยแบ่งเป็ นพื้นที่บริการทางการแพทย์ประมาณ 111,928 ตารางเมตร ถือเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
นอกจากพื้นที่รักษาพยาบาลแล้ว ยังประกอบด้วยพื้นที่วิชาการ พื้นที่ปฏิบัติการ ห้องประชุมอัจฉริยะ Co-working Space พื้นที่สนับสนุนการดำเนินงาน รวมถึง Community Mall และพื้นที่กิจกรรมอเนกประสงค์ริมแม่น้ำ
ศักยภาพการรองรับผู้ป่วยระดับเมือง
SI NEXT ถูกออกแบบให้รองรับผู้ป่วยจำนวนมากในระดับเดียวกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ระดับประเ ทศ
ประกอบด้วย
ผู้ป่วยนอก (OPD) ไม่น้อยกว่า 650,000 รายต่อปี
ผู้ป่วยใน (IPD) ไม่น้อยกว่า 20,000 รายต่อปี
เตียงผู้ป่วยรวม 442 เตียง แบ่งเป็น
เตียงผู้ป่วยพิเศษ 352 เตียง
เตีย งผู้ป่วยวิกฤต 90 เตียง
ครอบคลุม ICU, CCU, RCU รวมถึง PICU และ NICU สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการรักษาทั่วไป แต่เน้นการรองรับผู้ป่วยซับซ้อนและผู้ป่วยวิกฤตเป็นสำคัญ
รวมศูนย์รักษาโรคซับซ้อนครบวงจร
หัวใจสำคัญของ SI NEXT คือการรวบรวมบริการทางการแพทย์เฉพาะทางไว้ในที่เดียว
1. ศูนย์บริการรักษาระดับสูง
ให้บริการตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติ ยภูมิ ไปจนถึงระดับเหนือตติยภูมิ
ครอบคลุมทั้ง
อายุรกรรม
ศัลยกรรม
เวชศาสตร์ฉุกเฉิน
ศูนย์นิทรารักษ์
ศูนย์รักษาโรคอ้วน
ศูนย์จิตเวช
ศูนย์ผู้มีบุตรยาก
และบริการทางการแพทย์เฉพาะทางอื่น ๆ
2. ศูนย์การรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
เป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุดของโครงการ ประกอบด้วย
ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด
ศูนย์ระบบประสาทและสมอง
ศูนย์มะเร็งครบวงจร
ศูนย์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Surgery)
ศูนย์ฉายรังสีอนุภาคโปรตอน (Proton Therapy)
ศูนย์ Boron Neutron Capture Therapy (BNCT)
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งขั้นสูง
3. ห้อ งผ่าตัด 22 ห้อง
ประกอบด้วย
ห้องผ่าตัดใหญ่ 15 ห้อง
ห้องผ่าตัดเล็ก 5 ห้อง
ห้องผ่าตัดสูติศาสตร์ 2 ห้อง
รองรับการรักษาโรคซับซ้อนและการผ่าตัดเฉพาะทางได้อย่างครบวงจร
ในมุมผังเมือง สิ่งเหล่านี้ทำให้ SI NEXT มีสถานะใกล้เคียงกับสิ่งที่เรียกว่า Anchor Institution หรือ "สถาบันหลัก" ที่สามารถกำหนดทิศทางการเติบโตของพื้นที่โดยรอบได้ในระยะยาว
SI NEXT กำลังสร้าง "เมืองสุขภาพ" หรือไม่?
อีกหนึ่งความน่าสนใจของ SI NEXT คือการออกแบบให้เป็นพื้นที่สาธารณะและศูนย์กลางกิจกรรมของเมือง ภายในโครงการจะประกอบด้วย
Community Mall
พื้นที่กิจก รรมอเนกประสงค์ริมแม่น้ำ
สวนสาธารณะริมเจ้าพระยาประมาณ 2,000 ตารางเมตร
พื้นที่พักผ่อนสำหรับผู้ป่วย ญาติ และประชาชนทั่วไป
ที่จอดรถเกือบ 1,000 คัน
สะท้อนแนวคิดการพัฒนาโรงพยาบาลสมัยใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รักษาโรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตเมือง เมื่อโครงการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ คาดว่าจะมีบุคลากรประมาณ 4,000 คน
ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ นักวิจัย เจ้าหน้าที่สนับสนุน บุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การให้บริการทั้งหมด
จำนวนคนระดับนี้ไม่เพียงส่งผลต่อระบบสาธารณสุข แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจของย่านโดยตรง
ทั้งในมิติของที่อยู่อาศัย ร้านอาหาร ร้านค้า การเดินทาง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรอบ

จุดเปลี่ยนของบางโพกำลังเริ่มต้น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บางโพเป็นย่านที่อยู่ในตำแหน่งแปลกประหลาด ใกล้เมือง แต่ไม่ใช่ใจกลางเมือง ติดแม่น้ำ แต่ไม่ใช่ย่านท่องเที่ยว มีรถไฟฟ้า แต่ยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางของคนกรุงเทพฯ
หลายคนรู้จักบางโพในฐานะย่านเฟอร์นิเจอร์ บางคนรู้จักในฐานะสถานีรถไฟฟ้าบนสายสีน้ำเงิน แต่มีคนไม่มากนักที่มองเห็นศักยภาพของพื้นที่แห่งนี้ในฐานะ "ศูนย์กลางใหม่"
อย่างไรก็ตาม การมาของ SI NEXT อาจกำลังเปลี่ยนสมการดังกล่าว เพราะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่การเพิ่มอาคารอีกหนึ่งหลัง แต่เป็นการเพิ่ม "แม่เหล็กขนาดใหญ่" เข้าสู่พื้นที่
ในสายตาของนักผังเมือง โครงการขนาดเกือบ 17,000 ล้านบาทแห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโรงพยาบาลใหม่อีกหนึ่งแห่ง แต่คือการสร้าง “จุดหมายปลายทางใหม่ของเมือง” บนทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ระบบขนส่งมวลชน และเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของกรุงเทพมหานคร
และปี 2575 อาจเป็นปีที่ชื่อของ “บางโพ” ถูกจดจำในฐานะหนึ่งใน Medical District ใหม่ของกรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง
โจทย์ใหญ่ที่สุด อาจไม่ใช่ตัวโรงพยาบาล
หากเป็นเพียง Medical Hub โครงการอาจประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวเอง แต่หากเป้าหมายคือการพัฒนาไปสู่ Medical District โจทย์สำคัญจะเปลี่ยนทันที เพราะ Medical District ไม่ได้วัดจากขนาดอาคาร แต่วัดจากความสามารถของพื้นที่ในการรองรับกิจกรรมเมืองที่เติบโตตามมา และนี่คือจุดเปราะบางที่สุดของบางโพ
ปัญหาคอขวดของการเข้าถึง
จากบริบทพื้นที่จริง แม้โครงการจะตั้งอยู่บนทำเลริมน้ำที่โดดเด่น แต่การเข้าถึงทางบกกลับพึ่งพาถนนประชาราษฎร์สาย 1 เป็นหลัก
ด้านตะวันตกติดแม่น้ำเจ้าพระยา
ด้านตะวันออกเป็นชุมชนหนาแน่น
ด้านเหนือและใต้ถูกล้อมด้วยโครงสร้างเมืองเดิม
ทำให้พื้นที่มีทางเข้าออกหลักเพียงแนวเดียว กล่าวอีกนัยหนึ่ง โครงการมูลค่าเกือบ 17,000 ล้านบาท กำลังผูกอนาคตของตนเองไว้กับถนนสายเดียว
MRT ช่วยได้ แต่ไม่สามารถแก้ทุกปัญหา
แน่นอนว่า MRT บางโพ เป็นข้อได้เปรียบสำคัญ ทั้งสำหรับบุคลากร ผู้ป่วยนัดหมาย และผู้มาใช้บริการทั่วไป แต่กลุ่มที่สร้างภาระการเดินทางสูงที่สุดของโรงพยาบาลกลับไม่ใช่ผู้ใช้รถไฟฟ้า หากแต่เป็น
รถพยาบาล
ผู้ป่วยฉุกเฉิน
ผู้ป่วยวิกฤต
ญาติผู้ป่วย
รถขนส่งทางการแพทย์
ระบบโลจิสติกส์
ซึ่งยังต้องพึ่งพาถนนเป็นหลัก
ความย้อนแย้งของทำเลริมน้ำ
สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงการตั้งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง แต่บทบาทของการเดินทางทางน้ำกลับยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจนในข้อมูลที่เปิดเผย ทั้งที่ในทางทฤษฎี แม่น้ำอาจเป็นทางเลือกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงของพื้นที่ และลดแรงกดดันต่อถนนประชาราษฎร์สาย 1 ในอนาคต

เกณฑ์วัดความสำเร็จที่แท้จริง
ในท้ายที่สุด คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า SI NEXT จะสร้างเสร็จหรือไม่ เพราะโครงการมีศักยภาพสูงอยู่แล้ว แต่คือ บางโพจะสามารถพัฒนาโครงสร้างการเข้าถึงให้เติบโตทันกับบทบาทใหม่ของพื้นที่หรือไม่
เพราะ Medical District ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้เกิดจากโรงพยาบาลเพียงแห่งเดียว
แต่เกิดจากระบบการเ ดินทางที่สามารถรองรับผู้คน กิจกรรม และการลงทุนที่เติบโตตามมาได้
ดังนั้น นอกเหนือจากงบลงทุนมหาศาล เทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลก หรือชื่อเสียงของศิริราชแล้ว
เกณฑ์สำคัญที่สุดของศูนย์การแพทย์แห่งอนาคต อาจไม่ใช่คุณภาพของอาคาร แต่คือ "คุณภาพของการเข้าถึง"
เพราะท้ายที่สุดแล้ว Medical Hub อาจสร้างได้ด้วยเงินลงทุน แต่ Medical District จะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อเมืองสามารถเชื่อมต่อผู้คนเข้าถึงมันได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
https://www.facebook.com/share/p/1972PNxwpK/







