top of page
Clip path group

เปิดแล้ว “Happitat บางนา” จากศูนย์การค้าสู่ Destination ท่ามกลางสมรภูมิค้าปลีกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

  • รูปภาพนักเขียน: PREECHAYA NAVARAJ
    PREECHAYA NAVARAJ
  • 2 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 3 นาที

เมื่อร้านค้าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถดึงดูดผู้คนได้เหมือนเดิม ศูนย์การค้ายุคใหม่จึงต้องเปลี่ยนจาก “พื้นที่สำหรับซื้อสินค้า” ไปสู่ “จุดหมายปลายทาง” ที่ทำให้ผู้คนอยากเดินทางมา ใช้เวลา และกลับมาเยือนซ้ำ


Happitat บางนา โครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่บนถนนบางนา–ตราด กิโลเมตรที่ 7 ซึ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของแนวคิดดังกล่าว โดยโครงการวางตำแหน่งตัวเองเป็น New Global Landmark of Happiness หรือจุดหมายปลายทางแห่งความสุขที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ผู้คน และจินตนาการเข้าด้วยกัน


ชื่อ “Happitat” เกิดจากการผสมระหว่างคำว่า Happiness และ Habitat สื่อความหมายถึง “ถิ่นพำนักแห่งความสุข” สอดคล้องกับแนวคิดของโครงการที่ไม่ได้มองสถานที่เป็นเพียงตำแหน่งบนแผนที่ แต่เป็นพื้นที่สำหรับสร้างประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และความทรงจำร่วมกันของคนหลายช่วงวัย


อย่างไรก็ตาม Happitat ไม่ได้เปิดตัวขึ้นในตลาดที่ว่างเปล่า แต่กำลังเข้าสู่การแข่งขันบนถนนบางนา–ตราด ซึ่งมีทั้งศูนย์การค้ารุ่นบุกเบิก คอมมูนิตี้มอลล์ และเมกะโปรเจกต์หลายแห่งเรียงตัวตั้งแต่กิโลเมตรที่ 1–10  อาทิ Bangkok Mall, For You Park, Central Bangna, Bizzo Bangna, Little Walk Bangna, PARC Bangna, Chic Republic Bangna, The Glass Market Bangna, Happitat, PADDIO Bangna และ Mega Bangna


วันนี้ LAD ชวนคุณมาสำรวจ Happitat บางนา ว่าภายในโครงการมีอะไรบ้าง แตกต่างจากศูนย์การค้าทั่วไปอย่างไร และจะสามารถก้าวจากศูนย์การค้าแห่งใหม่ไปสู่ Destination ที่ผู้คนตั้งใจเดินทางมา ใช้เวลา และกลับมาเยือนซ้ำได้จริงหรือไม่



Happitat บางนา อยู่ที่ไหน?

Happitat ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ The Forestias บนถนนบางนา–ตราด กิโลเมตรที่ 7 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ทำเลของโครงการเชื่อมต่อกับถนนบางนา–ตราด ทางพิเศษบูรพาวิถี ถนนกาญจนาภิเษก และสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้สามารถรองรับทั้งผู้ใช้งานในย่านบางนา ผู้เดินทางจากกรุงเทพฯ ชั้นใน จังหวัดใกล้เคียง และผู้เดินทางเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก


โครงการดำเนินงานโดย บริษัท แอกซ์ตร้า แฮปปี้แทท จำกัด ในเครือ CP AXTRA โดยประชาชาติธุรกิจและ Forbes Thailand รายงานว่า Happitat มีพื้นที่รวมประมาณ 200,000 ตารางเมตร


ส่วนข้อมูลจาก CP AXTRA ระบุว่า โครงการมีพื้นที่เช่าถาวรสำหรับร้านค้าและบริการมากกว่า 48,000 ตารางเมตร รวมถึงพื้นที่สำนักงานเกรดเอประมาณ 24,000 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ความบันเทิง พื้นที่กิจกรรมสำหรับครอบครัว พื้นที่เรียนรู้ และสำนักงาน The Hilltop Offices


Happitat เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00–22.00 น. อย่างไรก็ตาม ร้านค้าและบริการบางส่วนอาจทยอยเปิดตามระยะการพัฒนาโครงการ ผู้ที่ต้องการเดินทางไปจึงควรตรวจสอบรายชื่อร้านค้าและกิจกรรมล่าสุดจากเว็บไซต์ Happitat ก่อน



จาก กม.1–10: เมื่อบางนา–ตราดกลายเป็นสมรภูมิค้าปลีกแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

การเปิด Happitat ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มศูนย์การค้าอีกหนึ่งแห่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตลอดแนวถนนเทพรัตน หรือถนนบางนา–ตราด จากเส้นทางเชื่อมกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออก ไปสู่แนวศูนย์กลางการค้า การอยู่อาศัย การทำงาน และบริการที่สำคัญของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล


Forbes Thailand ระบุว่า ตลอดช่วงถนนบางนา–ตราดตั้งแต่กิโลเมตรที่ 1–10 มีพื้นที่ค้าปลีกหลายรูปแบบเรียงตัวต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ คอมมูนิตี้มอลล์ ไปจนถึงโครงการมิกซ์ยูสระดับเมือง


บริเวณกิโลเมตรที่ 1 เป็นที่ตั้งของ Bangkok Mall เมกะโปรเจกต์ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ซึ่งมีแผนรวมพื้นที่ค้าปลีก สำนักงาน ที่อยู่อาศัย และความบันเทิง โดย Forbes Thailand รายงานว่าโครงการมีกำหนดเปิดในไตรมาส 4 ปี 2570


ถัดมาบริเวณกิโลเมตรที่ 1.5 มี For You Park คอมมูนิตี้มอลล์ที่รองรับการใช้ชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ ก่อนเข้าสู่ช่วงกิโลเมตรที่ 3 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Central Bangna ศูนย์การค้ารุ่นบุกเบิกที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2536 รวมถึง Bizzo Bangna ที่เข้ามาเสริมกิจกรรมค้าปลีกและร้านอาหารในระดับย่าน


บริเวณกิโลเมตรที่ 4 ยังมีโครงการหลายรูปแบบ ทั้ง Little Walk Bangna, PARC Bangna และ Chic Republic Bangna สะท้อนให้เห็นว่าตลาดค้าปลีกย่านบางนาไม่ได้เติบโตจากศูนย์การค้าขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีโครงการขนาดกลางและขนาดเล็กที่ตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันและกลุ่มลูกค้าเฉพาะ


เมื่อมาถึงกิโลเมตรที่ 7 จึงเป็นตำแหน่งของ Happitat และ The Glass Market Bangna ซึ่งนำเสนอรูปแบบและกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน

ขณะที่บริเวณกิโลเมตรที่ 8 มี PADDIO Bangna โครงการ Neighborhood Hub บนที่ดินประมาณ 45 ไร่ มีพื้นที่เช่ามากกว่า 10,000 ตารางเมตร และมีกำหนดเปิดในช่วงปลายปี 2569


ปลายแนวพื้นที่สำคัญคือ Mega Bangna ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2555 และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้บางนากลายเป็นจุดหมายด้านการค้าและไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก


การแข่งขันบนทำเลนี้จึงไม่ได้วัดว่าโครงการใดมีพื้นที่หรือร้านค้ามากที่สุด แต่เป็นการแข่งขันว่าใครสามารถสร้างระบบนิเวศที่ตอบโจทย์ชีวิตผู้บริโภคได้ครบกว่า และสามารถสร้างเหตุผลให้ผู้คนกลับมาใช้พื้นที่ได้ต่อเนื่องกว่า


ค้าปลีกกรุงเทพฯ ยังขยายตัว แม้กำลังซื้อเปราะบาง

Forbes Thailand อ้างอิงข้อมูลจาก CBRE ว่า พื้นที่ค้าปลีกรวมในกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นจากประมาณ 7.4 ล้านตารางเมตรในปี 2561 เป็นประมาณ 8.6 ล้านตารางเมตรในปี 2569 และคาดว่าจะมีพื้นที่ค้าปลีกสุทธิเปิดใหม่ในปี 2569 ประมาณ 170,000 ตารางเมตร


อุปทานที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและกำลังซื้อที่เปราะบาง เจ้าของโครงการจึงไม่สามารถแข่งขันด้วยจำนวนร้านค้าหรือขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มอาหารและเครื่องดื่ม ความบันเทิง สุขภาพและเวลเนส พื้นที่สำหรับเด็ก ครอบครัว สัตว์เลี้ยง ธรรมชาติ และกิจกรรมของชุมชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ


Happitat จึงต้องเผชิญทั้งการแข่งขันจากศูนย์การค้าที่มีฐานลูกค้าแข็งแรงอยู่แล้ว และการแข่งขันจากโครงการใหม่ที่กำลังเข้าสู่ตลาดในอนาคต



ไม่ได้สร้างแค่ “ห้าง” แต่สร้างเหตุผลให้คนเดินทางมา

จุดเปลี่ยนสำคัญของ Happitat คือการนำแนวคิด Happiness-Led Destination มาเป็นแกนในการพัฒนาโครงการ โดยเปลี่ยนความสำคัญจากการสร้างพื้นที่ หรือ Space ไปสู่การสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ หรือ Moments


แทนที่จะพิจารณาความสำเร็จจากการซื้อขายเพียงอย่างเดียว โครงการพยายามสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่ ผู้ใช้งาน ร้านค้า และชุมชน ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งปี


แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันอย่างชัดเจน เพราะผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปศูนย์การค้า “ประสบการณ์ที่ไม่สามารถดาวน์โหลดได้” จึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนยังคงออกจากบ้านมาใช้พื้นที่จริง


Happitat จึงไม่ได้มีเพียงร้านอาหารและร้านค้า แต่รวมถึงการแสดง ขบวนพาเหรด นิทรรศการ กิจกรรมสำหรับเด็ก เวิร์กช็อป พื้นที่ชุมชน และประสบการณ์แบบ Immersive ซึ่งถูกออกแบบให้ผู้มาเยือนสามารถมองเห็น มีส่วนร่วม และสร้างความทรงจำร่วมกับสถานที่ได้



Happitat มีอะไรบ้าง? ทำความรู้จัก 3 อาคารหลัก

พื้นที่หลักของ Happitat แบ่งออกเป็น 3 อาคารที่เชื่อมต่อถึงกัน ได้แก่ Bloominas, Wonderwild และ Festie Town แต่ละอาคารมีบุคลิก กิจกรรม และกลุ่มผู้ใช้งานแตกต่างกัน แต่ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เดียวกัน


1. Bloominas: พื้นที่ไลฟ์สไตล์และอาหาร

Bloominas ถูกวางให้เป็น Premium Community of Lifestyle รวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร เทคโนโลยี สุขภาพ ความงาม และบริการในชีวิตประจำวัน


ภายในมี Lotus’s PRIVÉ Market ซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แนวคิด Premium Fresh & Lifestyle Hub รวมถึง AXTRA Club ซึ่งเป็นคอนเซปต์ค้าปลีกสำหรับสมาชิกที่รวบรวมสินค้าคุณภาพและสินค้าคัดสรรจากหลายประเทศ


AXTRA Club อาจทำให้หลายคนนึกถึง Makro เพราะอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ CP AXTRA และมีรูปแบบสมาชิกเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายถึงการนำ Makro มาเปลี่ยนชื่อโดยตรง

Makro มีฐานธุรกิจค้าส่งและรองรับผู้ประกอบการเป็นสำคัญ ขณะที่ AXTRA Club ภายใน Happitat ถูกนำเสนอในลักษณะ Members’ Lifestyle Retail ซึ่งให้ความสำคัญกับสินค้าคัดสรร ความพิเศษของสินค้า และประสบการณ์การจับจ่ายมากขึ้น


ทั้งนี้ มีรายงานว่าพื้นที่บางส่วนของ AXTRA Club และร้านอาหารภายในพื้นที่จะทยอยเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569


2. Wonderwild: พื้นที่สำหรับครอบครัวและการเรียนรู้

Wonderwild เน้นรองรับครอบครัวและผู้ใช้งานหลายเจเนอเรชัน ภายในประกอบด้วยพื้นที่การเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เวิร์กช็อป สถาบันเสริมทักษะ และกิจกรรมสำหรับเด็ก


หนึ่งในพื้นที่สำคัญคือ Whimsical Market ซึ่งโครงการระบุว่ารวบรวมร้านอาหารและคาเฟ่มากกว่า 60 ร้าน ภายใต้บรรยากาศที่ผสมผสานธรรมชาติเข้ากับโลกแห่งจินตนาการ พื้นที่นี้มีต้นไม้แห่งจินตนาการสูงเทียบเท่าอาคารสามชั้นและประติมากรรมยีราฟขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบสร้างภาพจำ ทำให้บรรยากาศแตกต่างจากศูนย์อาหารหรือ Food Court ตามรูปแบบทั่วไป


นอกจากร้านอาหารภายใน Whimsical Market แล้ว โครงการยังมี Lotus’s Eatery เป็นอีกหนึ่งพื้นที่อาหารสำคัญ โดย Happitat ระบุว่า ภายในโครงการมีร้านอาหารและคาเฟ่มากกว่า 100 แบรนด์ รวมกันกว่า 3,000 เมนู


Wonderwild ยังเชื่อมต่อกับ The Hilltop Offices พื้นที่สำนักงานเกรดเอที่มีพื้นที่สำนักงานให้เช่าสุทธิประมาณ 23,750 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่สีเขียว สวนลอยฟ้า และพื้นที่ส่วนกลาง

หนึ่งในผู้เช่ารายสำคัญที่ได้รับการยืนยันคือ บริษัท เอ็นเอส–สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด และบริษัทในเครือ Nippon Steel อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลทางการที่เพียงพอจะสรุปว่าอาคารสำนักงานมีผู้เช่าเกือบเต็มแล้ว


3. Festie Town: พื้นที่กิจกรรมสำหรับทุกคน

Festie Town ถูกออกแบบให้เป็น Happening Space for All หรือพื้นที่สำหรับกิจกรรม งานเทศกาล และเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งปี


ภายในประกอบด้วยลานกิจกรรมกึ่งกลางแจ้ง พื้นที่แสดงโชว์ ขบวนพาเหรด เทศกาล และ Community Gathering รวมถึง Lumis Theater Hall ฮอลล์อเนกประสงค์สำหรับการแสดง นิทรรศการ งานอีเวนต์ และประสบการณ์แบบ Immersive


Festie Town ยังมี 7-Eleven รูปแบบพิเศษ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นสำหรับ Happitat โดยเฉพาะ แสดงให้เห็นว่าร้านค้าในชีวิตประจำวันสามารถถูกนำมาออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์และอัตลักษณ์ของสถานที่ได้


การมีพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนกิจกรรมได้ช่วยให้ Happitat สร้างเนื้อหาใหม่ตลอดทั้งปี แทนที่จะพึ่งพาร้านค้าแบบถาวรเป็นเหตุผลหลักในการดึงผู้คนกลับมา



ป่า 30 ไร่: ธรรมชาติไม่ใช่แค่ฉากตกแต่ง

จุดเด่นสำคัญของ Happitat คือการเชื่อมต่อกับผืนป่าขนาดประมาณ 30 ไร่ด้านหลังโครงการ โดยนำแนวคิด Biophilic Design มาใช้เชื่อมธรรมชาติเข้ากับสถาปัตยกรรม

พื้นที่สีเขียวไม่ได้ปรากฏเฉพาะด้านนอกอาคาร แต่ถูกนำมาใช้ทั้งในโถงภายใน สวนลอยฟ้า ทางเดิน พื้นที่กึ่งกลางแจ้ง และพื้นที่กิจกรรมที่เปิดออกสู่ธรรมชาติ


ข้อมูลจากโครงการระบุว่า การคัดเลือกพันธุ์ไม้คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศระดับจุลภาค หรือ Microclimate เพื่อสนับสนุนให้พืชสามารถเติบโตได้ในระยะยาว มากกว่าการใช้ต้นไม้เป็นเพียงองค์ประกอบตกแต่งในช่วงเปิดโครงการ


ในเชิงการออกแบบเมือง พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ลักษณะนี้มีศักยภาพในการสร้างร่มเงา ลดการสะสมความร้อน และเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้งานได้ใกล้ชิดธรรมชาติท่ามกลางพื้นที่พาณิชยกรรม


อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลที่เกิดขึ้นจริงยังต้องพิจารณาจากการใช้งานและการดูแลรักษาในระยะยาว ทั้งความต่อเนื่องของเส้นทางเดิน ความสะดวกในการเข้าถึง ระยะเวลาที่ประชาชนสามารถใช้พื้นที่ และข้อมูลผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ



จาก Retail Corridor สู่ Lifestyle Ecosystem

การเรียงตัวของโครงการตั้งแต่ Bangkok Mall ไปจนถึง Mega Bangna แสดงให้เห็นว่าแนวถนนบางนา–ตราดกำลังเปลี่ยนจาก Retail Corridor หรือแนวพื้นที่ค้าปลีกตามถนนสายหลัก ไปสู่ Lifestyle Ecosystem ที่ประกอบด้วยศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ สำนักงาน ที่อยู่อาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล พื้นที่สุขภาพ และพื้นที่พักผ่อนหลายรูปแบบ


ในระบบนิเวศดังกล่าว Happitat พยายามสร้างตำแหน่งที่แตกต่างจากคอมมูนิตี้มอลล์ซึ่งเน้นความสะดวกในชีวิตประจำวัน และแตกต่างจากศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีร้านค้าเป็นแม่เหล็กหลัก จุดขายของ Happitat คือการรวม Whimsical Market พื้นที่สำหรับเด็กและครอบครัว งานเทศกาล การแสดง พื้นที่สำนักงาน และผืนป่าขนาด 30 ไร่ ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกัน


อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของโครงการค้าปลีกขนาดใหญ่ตลอดแนวบางนา–ตราดยังก่อให้เกิดคำถามเรื่องปริมาณรถยนต์ การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ ความสะดวกของคนเดินเท้า และความสามารถในการเชื่อมโครงการกับชุมชนโดยรอบ


Happitat จึงอาจช่วยเสริมบทบาทของบางนาในฐานะจุดหมายระดับภูมิภาค แต่ความสำเร็จในมิติเมืองจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาเยือนหรือจำนวนร้านค้าเท่านั้น หากยังขึ้นอยู่กับการเข้าถึง คุณภาพพื้นที่สาธารณะ และความสามารถในการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนในพื้นที่ด้วย



Happitat สะท้อนอนาคตของศูนย์การค้าไทยอย่างไร?

Happitat แสดงให้เห็นทิศทางใหม่ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์อย่างน้อย 4 ประการ

  • ศูนย์การค้ากำลังเปลี่ยนจาก Retail Space ไปสู่ Experience Destination ร้านค้ายังคงมีความสำคัญ แต่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้คนเดินทางมาอีกต่อไป

  • ธรรมชาติกลายเป็นโครงสร้างหลักของโครงการ ไม่ใช่เพียงพื้นที่สีเขียวที่ถูกเพิ่มเข้ามาภายหลัง แต่ถูกใช้เป็นองค์ประกอบสร้างบรรยากาศ สภาพแวดล้อม และอัตลักษณ์ของสถานที่

  • พื้นที่ต้องรองรับคนหลายช่วงวัย การผสมผสานร้านอาหาร พื้นที่เด็ก สำนักงาน กิจกรรม และความบันเทิง ช่วยให้สมาชิกครอบครัวที่มีความต้องการแตกต่างกันสามารถใช้เวลาอยู่ร่วมกันได้

  • เนื้อหาของพื้นที่ต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เทศกาล การแสดง นิทรรศการ และกิจกรรมหมุนเวียนกลายเป็นกลไกสำคัญในการดึงผู้คนกลับมา มากกว่าการพึ่งพาร้านค้าแบบเดิมเพียงอย่างเดียว



ความท้าทายหลังเปิด Happitat บางนา

Happitat เป็นโครงการที่น่าสนใจเพราะไม่ได้แข่งขันด้วยขนาดหรือจำนวนร้านค้าเท่านั้น แต่พยายามสร้างนิยามใหม่ให้พื้นที่พาณิชยกรรมผ่านความสุข ธรรมชาติ จินตนาการ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน


อย่างไรก็ตาม การเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งความสุข” จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ต้องพิสูจน์ผ่านประสบการณ์ของผู้ใช้งานในระยะยาว ตั้งแต่การเดินทาง ความสะดวกสบาย คุณภาพพื้นที่สาธารณะ การเปิดให้เข้าถึงพื้นที่ธรรมชาติ ความต่อเนื่องของกิจกรรม ไปจนถึงความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย


อีกหนึ่งความท้าทายคือการทยอยเปิดร้านค้าและพื้นที่บางส่วน หากองค์ประกอบสำคัญยังเปิดไม่ครบ ประสบการณ์ในช่วงแรกอาจยังไม่สะท้อนภาพสมบูรณ์ตามที่โครงการวางไว้ ขณะที่การรักษาความสดใหม่ของกิจกรรมหลังพ้นช่วงเปิดตัวจะเป็นบททดสอบสำคัญว่า Happitat สามารถดึงผู้คนให้กลับมาเยือนซ้ำได้จริงเพียงใด



หาก Happitat สามารถรักษาสมดุลระหว่างพื้นที่เชิงพาณิชย์ ธรรมชาติ และพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันได้ โครงการนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของบางนา แต่ยังอาจกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของการพัฒนา Destination Retail และ Mixed-use Development ในประเทศไทย ยุคต่อไป


Happitat เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00–22.00 น. ตั้งอยู่บนถนนบางนา–ตราด กิโลเมตรที่ 7 ด้านหน้าโครงการ The Forestias จังหวัดสมุทรปราการ


ข้อมูลอ้างอิง:


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page