top of page
Clip path group

เปิดร่างผังเมืองรวมเมืองขอนแก่น 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง? หลังขอนแก่นไร้ผังเมืองรวมระดับเมืองนานเกือบ 20 ปี

  • รูปภาพนักเขียน: PREECHAYA NAVARAJ
    PREECHAYA NAVARAJ
  • 25 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

ผังเมืองขอนแก่น 2569 กำลังเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนาเมือง หลังขอนแก่นไม่มี ผังเมืองรวมระดับเมืองที่มีผลใช้บังคับมานานเกือบ 20 ปี ขณะที่เมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย โครงการอสังหาริมทรัพย์ ถนนวงแหวน ตลอดจนแนวคิดระบบขนส่งมวลชนและการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี หรือ Transit-Oriented Development (TOD)


ผังเมืองรวมเมืองขอนแก่นฉบับที่ใช้บังคับครั้งล่าสุด คือ กฎกระทรวง ฉบับที่ 432 (พ.ศ. 2542) หรือผังเมืองรวมเมืองขอนแก่น (ปรับปรุงครั้งที่ 2) ซึ่งสิ้นสุดการใช้บังคับเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 นั่นหมายความว่า หากนับถึงปี 2569


“ขอนแก่นไม่มีผังเมืองรวมระดับเมืองที่มีผลใช้บังคับมานานเกือบ 20 ปี”


การกลับมาของ ร่างผังเมืองรวมเมืองขอนแก่น 2569 จึงมีความสำคัญในฐานะเครื่องมือกำหนดทิศทางการพัฒนาเมือง หลังจากโครงสร้างเมืองขอนแก่นเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา


วันนี้ LAD ชวนสำรวจการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสำคัญ ตั้งแต่เมืองหลายศูนย์กลาง การพัฒนาที่สัมพันธ์กับ ระบบขนส่งมวลชนและ TOD ไปจนถึงบทบาทใหม่ของ พื้นที่สีเขียวและระบบน้ำ ที่อาจกำหนดทิศทางขอนแก่นในอีก 10–20 ปีข้างหน้า



จากผังปี 2542 สู่ “ช่องว่าง” 20 ปีของการวางผังเมือง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2542 โครงสร้างของขอนแก่นแตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก กฎกระทรวง ฉบับที่ 432 กำหนดกรอบการใช้ประโยชน์ที่ดินของเมืองในยุคที่การพัฒนายังกระจุกตัวอยู่บริเวณเมืองเดิม เช่น ถนนหน้าเมือง ถนนกลางเมือง ถนนหลังเมือง ถนนศรีจันทร์ และถนนประชาสโมสร แต่หลังจากนั้น การพัฒนาเริ่มขยายออกจากเมืองเดิมแทบทุกทิศทาง ทั้งพื้นที่บ้านเป็ด ศิลา เมืองเก่า สำราญ พระลับ และพื้นที่ตามแนวถนนมิตรภาพและถนนวงแหวน


งานศึกษาของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยเคยชี้ให้เห็นว่า หลังการประกาศใช้ผังเมืองรวม พ.ศ. 2542 ความหนาแน่นของอาคารและสิ่งปลูกสร้างได้ขยายออกจากเมืองเดิมอย่างชัดเจน ขณะที่ความพยายามจัดทำผังเมืองรวมฉบับใหม่ภายหลังจากผังเดิมหมดอายุยังไม่สามารถนำไปสู่การประกาศใช้บังคับได้สำเร็จ

ในทางผังเมือง


นี่เป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเมืองยังคงเติบโต แต่เครื่องมือระดับเมืองที่ควรทำหน้าที่กำหนดว่า “เมืองควรเติบโตไปทางไหน พื้นที่ไหนควรหนาแน่น พื้นที่ไหนควรอนุรักษ์ และโครงสร้างพื้นฐานควรรองรับการพัฒนาอย่างไร” กลับไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง



จากร่างผังครั้งที่ 3 สู่การวางผังภายใต้กฎหมายใหม่

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา กรมโยธาธิการและผังเมืองไม่ได้หยุดกระบวนการวางผัง แต่มีความพยายามจัดทำผังเมืองรวมเมืองขอนแก่น (ปรับปรุงครั้งที่ 3) ขึ้นมาแทนฉบับเดิม และกระบวนการเดินหน้าไปค่อนข้างไกล


ในปี 2561 คณะกรรมการผังเมืองได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบร่างผังเมืองรวมเมืองขอนแก่น (ปรับปรุงครั้งที่ 3) พร้อมข้อสังเกตให้ปรับปรุงรายละเอียดบางส่วน โดยในเวลานั้นเอง เอกสารของคณะกรรมการผังเมืองระบุแล้วว่า ผังเมืองรวมเมืองขอนแก่นสิ้นสุดอายุการใช้บังคับมาประมาณ 12 ปี และเมืองได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะจากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน


ต่อมาในปี 2562 ร่างดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการปิดประกาศให้ประชาชนตรวจสอบและยื่นคำร้อง ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม–4 พฤศจิกายน 2562 แต่ท้ายที่สุด ร่างปรับปรุงครั้งที่ 3 ไม่ได้ไปถึงการประกาศใช้บังคับเป็นผังเมืองรวมเมืองฉบับใหม่


ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงระบบกฎหมายผังเมืองครั้งใหญ่ เมื่อพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ และเปลี่ยนทั้งโครงสร้างและกระบวนการวางและจัดทำผังเมืองรวมของประเทศ ผลที่เกิดขึ้นคือ ขอนแก่นต้องเดินเข้าสู่กระบวนการวางและจัดทำผังเมืองรวมภายใต้ระบบกฎหมายใหม่อีกครั้ง



เมืองไม่ได้ “ไร้การควบคุม” แต่ขาดเครื่องมือที่ละเอียดระดับเมือง

อย่างไรก็ตาม การบอกว่าขอนแก่นอยู่ใน “สุญญากาศทางผังเมือง” จำเป็นต้องอธิบายให้ชัดเจน เพราะไม่ได้หมายความว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ใครจะสร้างอะไรก็ได้โดยไม่มีกฎหมายควบคุม

การพัฒนายังคงอยู่ภายใต้กฎหมายหลายฉบับ เช่น กฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายโรงงาน ข้อบัญญัติท้องถิ่น และกฎหมายเฉพาะอื่น ๆ ที่สำคัญ จังหวัดขอนแก่นยังมีผังเมืองรวมจังหวัดขอนแก่น พ.ศ. 2560 เป็นกรอบกำกับการใช้ประโยชน์ที่ดินระดับจังหวัด แต่สิ่งที่หายไปคือ “ผังเมืองรวมระดับเมือง”


ความแตกต่างสำคัญอยู่ตรงนี้

ผังเมืองรวมจังหวัดต้องมองพื้นที่ขนาดใหญ่ทั้งจังหวัด จึงทำหน้าที่กำหนดโครงสร้างการใช้ที่ดินในระดับกว้าง ขณะที่เมืองขอนแก่นมีความซับซ้อนสูงกว่านั้นมาก ทั้งย่านศูนย์กลางธุรกิจ ย่านมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ศูนย์ราชการ ชุมชนเดิม พื้นที่พาณิชยกรรม พื้นที่อยู่อาศัยชานเมือง ตลอดจนแนวระบบขนส่งมวลชน


การใช้เครื่องมือระดับจังหวัดมาควบคุมเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเปรียบเสมือนมี “แผนที่ภาพใหญ่” แต่ขาด “แผนที่รายละเอียด” สำหรับบริหารจัดการโครงสร้างภายในเมือง ดังนั้นคำว่า “สุญญากาศ” ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงสุญญากาศทางกฎหมายโดยสมบูรณ์ แต่คือ ช่องว่างของการวางแผนและกำกับการพัฒนาในระดับเมือง และสิ่งที่น่าตกใจคือ ช่องว่างนี้ดำรงอยู่นานถึงสองทศวรรษ



20 ปีที่ผ่านมา เมืองไม่ได้หยุดรอผัง

สิ่งที่ทำให้กรณีขอนแก่นน่าสนใจยิ่งขึ้น คือระหว่างที่ผังเมืองรวมระดับเมืองขาดช่วงไปนั้น เมืองกลับเติบโตอย่างรวดเร็ว การขยายตัวของที่อยู่อาศัยและโครงการจัดสรรเกิดขึ้นรอบเมือง ศูนย์การค้าและกิจกรรมพาณิชยกรรมขนาดใหญ่ย้ายออกตามแนวถนนสายหลัก พื้นที่มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลกลายเป็นศูนย์กิจกรรมขนาดใหญ่ ขณะที่ชุมชนเมืองขยายเชื่อมต่อออกไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรอบเทศบาลนครขอนแก่น


นอกจากนี้ยังเกิดแนวคิดการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของเมือง และแนวคิด TOD ที่ต้องการเพิ่มความหนาแน่นและกิจกรรมบริเวณสถานี นี่คือเหตุผลว่า ทำไมการกลับมาของผังเมืองรวมเมืองขอนแก่นครั้งนี้จึงสำคัญ เพราะมันไม่ได้กำลังวางผังให้ “เมืองในอนาคต” เพียงอย่างเดียว แต่กำลังพยายามจัดระเบียบเมืองที่เติบโตไปก่อนผังแล้วเป็นเวลาถึง 20 ปี

 


จับตา 4 ประเด็นความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของผังฉบับใหม่

หากนำร่างผังเมืองรวมเมืองขอนแก่นปี 2569 มาเปรียบเทียบกับผังเมืองรวมเมืองขอนแก่น พ.ศ. 2542 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญกว่าการเปลี่ยนสีการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพราะในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา “เมืองจริง” ได้ขยายตัวออกไปไกลกว่าโครงสร้างเมืองที่ผังปี 2542 เคยกำหนดไว้มากแล้ว

 

พื้นที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และกิจกรรมเมืองไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะศูนย์กลางเดิม แต่ขยายออกไปตามถนนมิตรภาพ ถนนวงแหวน และพื้นที่รอบเมือง ขณะที่แนวคิดระบบขนส่งมวลชนและ TOD ก็กลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อโครงสร้างเมือง


ดังนั้น หากผังปี 2542 สะท้อน “ขอนแก่นในฐานะเมืองที่มีศูนย์กลางค่อนข้างชัดเจน” ร่างปี 2569 ก็กำลังสะท้อนภาพของขอนแก่นในฐานะ เมืองขนาดใหญ่ที่มีศูนย์กลางหลายระดับ มีพื้นที่ขยายตัว และมีความสัมพันธ์กับพื้นที่รอบเมืองซับซ้อนกว่าเดิม

และนี่อาจเป็น 4 ประเด็น ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของผังฉบับใหม่

 

1. จากเมืองศูนย์กลางเดียว สู่เมืองหลายศูนย์กลาง

ในผังปี 2542 โครงสร้างเมืองอ่านได้ค่อนข้างชัด พื้นที่พาณิชยกรรมและกิจกรรมความหนาแน่นสูงกระจุกตัวบริเวณใจกลางเมือง ก่อนลดระดับความหนาแน่นออกไปสู่พื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ชนบทรอบนอก แต่ร่างใหม่แบ่งลำดับของพื้นที่เมืองละเอียดขึ้นอย่างมาก


พื้นที่อยู่อาศัยแบ่งเป็น ย.1–ย.5 ขณะที่พื้นที่พาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากแบ่งเป็น พ.1–พ.3 และแต่ละระดับไม่ได้แตกต่างกันเพียงความหนาแน่น แต่มีบทบาทในระบบเมืองแตกต่างกัน

  • พ.1 — ศูนย์กลางย่อยระดับตำบล

    พื้นที่พาณิชยกรรม การค้า และบริการบริเวณ ศูนย์กลางย่อยระดับตำบล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชุมชนในพื้นที่และพื้นที่ชนบทโดยรอบ

  • พ.2 — ศูนย์กลางรองระดับอำเภอ

    พื้นที่พาณิชยกรรม การค้า และบริการบริเวณ ศูนย์กลางรองระดับอำเภอ เพื่อกระจายกิจกรรมพาณิชยกรรมและบริการออกจากพื้นที่ศูนย์กลางหลัก

  • พ.3 — ศูนย์กลางหลักระดับจังหวัดและภูมิภาค

    พื้นที่พาณิชยกรรม การค้า และบริการที่มีความหลากหลาย บริเวณ ศูนย์กลางหลักระดับจังหวัดและภูมิภาค รวมถึงบริเวณโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เพื่อเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ การบริการ และนวัตกรรมหลักของเมือง


กล่าวอีกนัยหนึ่ง ร่างใหม่กำลังพยายามสร้างลำดับศักดิ์ (Hierarchy) ของศูนย์กลางเมือง ขึ้นมาอย่างชัดเจน จากเดิมที่กิจกรรมสำคัญกระจุกอยู่บริเวณใจกลางเมืองเป็นหลัก ขอนแก่นในอนาคตถูกมองเป็น เมืองหลายศูนย์กลาง หรือ Polycentric City ซึ่งศูนย์กลางแต่ละแห่งมีบทบาทและระดับความสำคัญแตกต่างกัน การสร้างศูนย์กลางรองจึงเป็นกลไกกระจายงาน บริการ และกิจกรรมเศรษฐกิจให้สัมพันธ์กับพื้นที่อยู่อาศัยที่ขยายตัว ลดการพึ่งพาศูนย์กลางเดิมเพียงแห่งเดียว

 

2. จากเมืองที่เติบโต “ตามถนน” สู่เมืองที่พยายามจัดความหนาแน่น “ตามระบบขนส่ง”

ความเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องที่ควรจับตาคือ ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ประโยชน์ที่ดิน กับ ระบบคมนาคม

 

ในช่วงที่ผ่านมา การเติบโตของขอนแก่นจำนวนมากเกิดขึ้นตามแนวถนนมิตรภาพ ถนนวงแหวน และถนนสายหลักที่เชื่อมต่อพื้นที่ชานเมือง  แต่ร่างใหม่พยายามก้าวไปอีกขั้น โดยเชื่อมพื้นที่ศูนย์กลางหลักและพื้นที่พาณิชยกรรมความหนาแน่นสูงเข้ากับ โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ

 

แนวคิดดังกล่าวเข้าใกล้หลักการ Transit-Oriented Development (TOD) มากขึ้น โดยใช้ศักยภาพของระบบขนส่งสาธารณะเป็นหนึ่งในปัจจัยกำหนดความหนาแน่นและกิจกรรมเมือง

 

3. พื้นที่สีเขียวไม่ได้หมายถึง “พื้นที่เกษตรเหมือนกันทั้งหมด”

อีกความแตกต่างที่สำคัญคือ วิธีคิดต่อพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมรอบเมือง ในร่างใหม่ พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ถูกมองเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่มีบทบาทเหมือนกันทั้งหมด แต่แบ่งออกเป็น ก.1 ก.2 และ ก.3 ตามหน้าที่ของพื้นที่

  • ก.1 — พื้นที่ระบบนิเวศและพื้นที่รับน้ำ

    พื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมที่มีความสำคัญต่อ ระบบนิเวศและการรองรับน้ำ รองรับการตั้งถิ่นฐานของชุมชนเกษตรกรรม สร้างความยืดหยุ่นต่อภัยธรรมชาติ และรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อมของเมือง

  • ก.2 — พื้นที่เกษตรกรรมและฐานการผลิตอาหาร

    พื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมทั่วไป เพื่อรองรับ การผลิตทางการเกษตรของอำเภอและเป็นแหล่งผลิตอาหารสำหรับชุมชนเมือง ควบคู่กับการรักษาสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  • ก.3 — พื้นที่เกษตรกรรมรอบศูนย์กลางหลัก

    พื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม โดยรอบศูนย์กลางหลัก ทำหน้าที่รักษาพื้นที่เกษตรและภูมิทัศน์เมือง พร้อมรองรับ การขยายตัวของที่อยู่อาศัยบริเวณเขตชานเมืองในอนาคตอย่างสมดุล

 

ผังใหม่ไม่ได้ปฏิเสธการขยายตัวของเมือง แต่พยายามกำหนดให้ชัดว่าพื้นที่ใดควรรักษา พื้นที่ใดทำหน้าที่ด้านระบบนิเวศและรับน้ำ และพื้นที่ใดสามารถรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต

 

4. “น้ำ” กำลังกลายเป็นโครงสร้างหนึ่งของเมือง

อีกเรื่องที่เห็นชัดจากชุดร่างผังปี 2569 คือ น้ำและสิ่งแวดล้อมไม่ได้ปรากฏเพียงในข้อห้ามหรือระยะถอยร่นเท่านั้น แต่มีทั้งแผนผังที่โล่ง แผนผังทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และแผนผังน้ำ แยกออกมาเป็นองค์ประกอบของผังเมืองโดยตรง

 

สัญญาณที่ชัดเจนคือ ผังใหม่กำลังเปลี่ยนวิธีมองน้ำจาก “ข้อจำกัดของการพัฒนา” ให้กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติของเมือง” เมื่ออ่านร่วมกับการกำหนดพื้นที่เกษตร พื้นที่รับน้ำ ที่โล่ง และพื้นที่อนุรักษ์ จึงเริ่มเห็นแนวคิดที่พยายามให้ระบบน้ำ พื้นที่สีเขียว (Blue-Green Infrastructure) และการพัฒนาเมืองทำงานร่วมกัน

 

ขอนแก่นกำลังได้โอกาสครั้งสำคัญในการกำหนดทิศทางเมืองใหม่

ร่างผังเมืองรวมเมืองขอนแก่นฉบับปัจจุบันกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องการพัฒนาเมืองให้เป็นศูนย์กลางของจังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในด้านการบริหาร การพาณิชยกรรม การบริการ การท่องเที่ยว การศึกษา และสาธารณสุข พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานความรู้ อุตสาหกรรมชีวภาพ พลังงานสะอาด เกษตรกรรมมูลค่าสูง ระบบโลจิสติกส์ และโครงข่ายคมนาคม ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาพื้นที่รับน้ำ แหล่งน้ำ ที่โล่ง และพื้นที่เกษตรกรรมที่สมบูรณ์

 

เป้าหมายนี้สะท้อนว่า ขอนแก่นไม่ได้กำลังวางผังเพื่อเป็นเพียง “เมืองใหญ่ของอีสาน” แต่กำลังพยายามจัดโครงสร้างตัวเองให้เป็น Regional Metropolis ที่มีบทบาททั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ นวัตกรรม และการคมนาคมของภูมิภาค


และนั่นทำให้การวางผังครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการปรับเปลี่ยนสีบนแผนที่ เพราะหลังจากเมืองเดินหน้าโดยไม่มีผังเมืองรวมระดับเมืองที่มีผลใช้บังคับมาถึง 20 ปี คำถามสำคัญจึงเป็นว่า

 

“ผังฉบับนี้จะสามารถนำการพัฒนาของขอนแก่นในอีก 10–20 ปีข้างหน้าได้จริง หรือจะเป็นเพียงการนำกติกามาตามรับรองเมืองที่เติบโตไปก่อนแล้ว?”

 

นี่คือประเด็นที่ LAD มองว่าน่าจับตามากที่สุด

เพราะสำหรับขอนแก่น การกลับมาของผังเมืองรวมเมืองหลังช่องว่างยาวนานถึงสองทศวรรษ อาจเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนจากเมืองที่เติบโตตามแรงของตลาดและโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่เมืองที่สามารถกำหนดทิศทางการเติบโตของตัวเองได้อย่างเป็นระบบอีกครั้ง

 


ผังเมืองใหม่ขอนแก่น ยังอยู่ในมือของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ร่างผังเมืองรวมเมืองขอนแก่นฉบับนี้ ยังไม่ใช่ผังที่ประกาศใช้บังคับแล้ว

ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่คนขอนแก่น เจ้าของที่ดิน ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง ควรเข้าไปตรวจสอบว่า

  • พื้นที่ของตนถูกกำหนดเป็นสีอะไร

  • สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทใดได้บ้าง

  • มีข้อจำกัดในการพัฒนาอย่างไร

  • ทิศทางที่ร่างผังกำหนดไว้ สอดคล้องกับอนาคตที่คนขอนแก่นต้องการหรือไม่

เพราะหลังจากเมืองขาดผังเมืองรวมระดับเมืองที่มีผลใช้บังคับมานานถึง 20 ปี การกลับมาของผังเมืองรวมเมืองขอนแก่นครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการกำหนด “สี” ลงบนแผนที่

แต่คือการกำหนดว่า ขอนแก่นจะเติบโตไปในทิศทางใดในอีกหลายสิบปีข้างหน้า

และในขั้นตอนนี้ ประชาชนยังมีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมกับทิศทางนั้นโดยตรง

 

ปิด 15 วัน : ผังเมืองรวมเมืองขอนแก่น

กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอเชิญประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ภายหลังการจัดทำ “ร่าง” ผังเมืองรวมเมืองขอนแก่น วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมออคิด บอลรูม 1 ชั้น 2โรงแรม เดอะ เฮอริเทจแกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น


ผู้ที่มีที่ดิน อยู่อาศัย ประกอบกิจการ หรือสนใจทิศทางการพัฒนาเมืองขอนแก่น สามารถศึกษาร่างแผนผังและข้อกำหนดก่อนเข้าร่วมประชุมได้จากเอกสารที่เปิดเผยในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น


เอกสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://drive.google.com/drive/folders/1Di9TO42Dy2v2mGjjKh_8pjFoiay578Xo


ก่อนผังจะกลายเป็นกติกาของเมืองในอนาคต นี่คือช่วงเวลาที่คนขอนแก่นควรเปิดผัง ดูสี อ่านข้อกำหนด และตรวจสอบว่า “เมืองที่กำลังถูกวางไว้บนแผนที่” คือเมืองแบบเดียวกับที่เราอยากเห็นในอีก 10–20 ปีข้างหน้าหรือไม่

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :


#กรมโยธาธิการและผังเมือง #ยผ #DPT #ประชุมประชาชน #ปิด15วัน #ผังเมืองรวมเมืองขอนแก่น #จังหวัดขอนแก่น #เมืองขอนแก่น #ขอนแก่น

 

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page