top of page
Clip path group

วิธีอ่านผังเมืองรวมกรุงเทพฯ 2569 ฉบับเข้าใจง่ายก่อนยื่นคำร้องในช่วง 90 วัน

  • รูปภาพนักเขียน: PREECHAYA NAVARAJ
    PREECHAYA NAVARAJ
  • 11 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

 

กรุงเทพมหานครกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญของ ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยเปิดให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียตรวจสอบแผนผัง ข้อกำหนด และเอกสารที่เกี่ยวข้องในช่วงปิดประกาศ 90 วัน ก่อนเข้าสู่กระบวนการประกาศใช้ต่อไป

คำถามแรกที่เจ้าของที่ดินและประชาชนจำนวนมากมักถามคือ

 

“ที่ดินของตัวเองอยู่สีอะไร และผังเมืองใหม่ส่งผลอย่างไร?”


แต่การอ่านผังเมืองไม่ได้จบเพียงการดูว่าแปลงที่ดินเป็น “สีอะไร” เพราะสีเป็นเพียงตัวบอก ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินในภาพรวม เท่านั้น สิ่งที่จะบอกได้จริงว่า ที่ดินบริเวณนั้น ทำอะไรได้ สร้างอะไรได้ พัฒนาได้มากน้อยเพียงใด และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ยังต้องอ่าน “รหัสที่ดิน” และ “ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน” ประกอบกัน

 

บทความนี้ LAD จึงชวนมาทำความเข้าใจ วิธีอ่านผังเมืองรวมกรุงเทพฯ 2569 แบบทีละขั้น ตั้งแต่การดูสี อ่านรหัส ไปจนถึงการตรวจสอบข้อกำหนด FAR, OSR และ BCR เพื่อให้สามารถตรวจสอบผลกระทบต่อที่ดินของตนเองได้อย่างถูกต้อง ก่อนพิจารณายื่นคำร้องในช่วง 90 วัน

 

โดยหลักการอ่านผังในบทความนี้อ้างอิงจาก มาตรฐานการวางและจัดทำผังเมืองรวม พ.ศ. 2566 (ฉบับปรับปรุง) ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางสำหรับการวางและจัดทำผังเมืองรวมทั่วประเทศ

 


ผังสีคืออะไร ทำไมต้องมีสี

“ผังสี” คือแผนที่ที่ใช้สีและสัญลักษณ์แทนประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินในแต่ละบริเวณ เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพรวมได้อย่างรวดเร็วว่า พื้นที่ใดถูกกำหนดไว้สำหรับการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม เกษตรกรรม พื้นที่อนุรักษ์ หรือการใช้ประโยชน์ประเภทอื่น


ตามมาตรฐานกลาง การใช้ประโยชน์ที่ดินแบ่งออกเป็นสัญลักษณ์ทั้งหมด 24 ประเภท แต่ละประเภทมีทั้งสี ตัวอักษรย่อ และในบางประเภทยังมีลายเส้นทแยงหรือกรอบสีประกอบเพิ่มเติม



อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า 24 ประเภทนี้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับผังเมืองรวมทั่วประเทศ ไม่ได้หมายความว่าผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครจะต้องมีครบทั้ง 24 ประเภท ดังนั้น ก่อนอ่านร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ เรามาทำความรู้จัก “ภาษากลางของผังสี” กันก่อน

 

  1. ดูผังสี : ตำแหน่งและสีของแปลงที่ดิน

    ตารางสีหลัก อ่านสีให้รู้ว่าเป็นที่ดินกลุ่มไหน

    กลุ่มที่อยู่อาศัย

    • สีเหลืองมีเส้นทแยงสีขาว (อย.) = อนุรักษ์เพื่อการอยู่อาศัย มักกำหนดให้เป็นบ้านเดี่ยวเท่านั้น

    • สีเหลือง (ย.) = ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

    • สีส้ม (ย.) = ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

    • สีน้ำตาล (ย.) = ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก เช่น บ้านแถว อาคารชุด อพาร์ตเมนต์

    กลุ่มพาณิชยกรรมและเศรษฐกิจพิเศษ

    • สีแดง (พ.) = พาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ย่านการค้า ตึกแถว อาคารสำนักงาน

    • สีน้ำตาลมีเส้นทแยงสีขาว (ขก.) = เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ

    กลุ่มอุตสาหกรรม

    • สีม่วง (อ.) = อุตสาหกรรมและคลังสินค้า มักกำหนดให้ต้องอยู่รวมกันเป็นนิคมหรือย่านโรงงาน

    • สีม่วงอ่อน (อ.) = อุตสาหกรรมเฉพาะกิจ กิจกรรมเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ เช่น ทอผ้า แกะสลัก ทำเครื่องเงิน

    • สีเม็ดมะปราง (อ.) = คลังสินค้าโดยเฉพาะ

    • สีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีม่วง (อ.) = อุตสาหกรรมทั่วไปที่ไม่ก่อมลพิษและคลังสินค้า

    กลุ่มเกษตรกรรมและอนุรักษ์

    • สีเขียว (ก.) = ชนบทและเกษตรกรรม

    • สีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว (อก.) = อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม พื้นที่ดินคุณภาพพิเศษ

    • สีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีม่วง (กอ.) = เกษตรกรรม อุตสาหกรรมและคลังสินค้า สีนี้เจอเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น

    • สีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีขาว (อท.) = อนุรักษ์สภาพแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยว

    • สีเขียวอ่อน (ล.) = ที่โล่งเพื่อนันทนาการและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น สวนสาธารณะ สนามกีฬา

    • สีเขียวอ่อนมีกรอบและเส้นทแยงสีขาว (ลล.) = ที่โล่งเพื่อนันทนาการ การเลี้ยงสัตว์

    • สีเขียวอ่อนมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว (สล.) = สงวนเพื่อนันทนาการและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

    • สีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว (อป.) = อนุรักษ์ป่าไม้

    • สีเขียวมะกอก (ศษ.) = สถาบันการศึกษา

    กลุ่มแหล่งน้ำและอื่น ๆ

    • สีฟ้ามีเส้นทแยงสีขาว (ลช.) = ที่โล่งรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ชุ่มน้ำ

    • สีฟ้า (ลส.) = ที่โล่งเพื่อรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำต่าง ๆ

    • สีน้ำตาลอ่อน (อศ.) = อนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย พื้นที่โบราณสถาน

    • สีเทาอ่อน (ศน.) = สถาบันศาสนา วัด มัสยิด โบสถ์

    • สีน้ำเงิน (ส.) = สถาบันราชการ สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ


    ทั้งหมดนี้คือระดับ "ดูสีแล้วรู้ทันทีว่าเป็นกลุ่มไหน" แต่นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะสีเดียวกันในผังเมืองรวมคนละฉบับ อาจใช้ประโยชน์ได้ไม่เหมือนกันเลย

 

  1. อ่านข้อกำหนด : ทำไมดูแค่สีไม่พอ ต้องอ่านข้อกำหนดด้วย

    จุดที่คนมักเข้าใจผิดที่สุด คือคิดว่าเมื่อรู้สีแล้วก็สามารถสรุปได้ทันทีว่าที่ดินทำอะไรได้บ้าง

    ความจริงแล้ว สีทำหน้าที่บอกเพียง ประเภทหลักของการใช้ประโยชน์ที่ดิน แต่ภายในสีเดียวกันอาจถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับ โดยใช้ “รหัส” เป็นตัวกำกับ เช่น

    ย.1 / ย.2 / ย.3 หรือพ.1 / พ.2 / พ.3

    ซึ่งแต่ละรหัสอาจกำหนดประเภทกิจกรรม ระดับความหนาแน่น และเงื่อนไขการพัฒนาที่แตกต่างกัน

     

    ดังนั้น เมื่อรู้สีของที่ดินแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ดูรหัสกำกับบริเวณ และนำรหัสดังกล่าวไปเปิดอ่าน “ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน” ที่ประกอบกับผังเมืองรวมฉบับนั้น

    พูดง่าย ๆ คือ

    “ดูสี → ดูรหัส → เปิดข้อกำหนด → เช็กสิ่งที่ทำได้/ห้ามทำ → เช็กเงื่อนไขการพัฒนา”

     

    ข้อกำหนดจะบอกรายละเอียดว่า ที่ดินประเภทนั้นกำหนดไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใด สามารถใช้ประโยชน์เพื่อกิจกรรมอะไรได้บ้าง มีกิจกรรมใดที่อนุญาตภายใต้เงื่อนไขหรือสัดส่วนที่กำหนด และกิจกรรมใดที่ห้ามดำเนินการ

     

    ตัวอย่างเช่น ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้เฉพาะการสร้างบ้านพักอาศัยเท่านั้น แต่อาจอนุญาตให้มีกิจกรรมประเภทอื่นร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของที่ดินแต่ละรหัส ขณะเดียวกัน กิจกรรมบางประเภทอาจถูกจำกัดขนาด กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม หรือไม่อนุญาตเลย

     

    “นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการอ่านผังเมืองจึงต้องอ่านให้ลึกกว่า “สี” เพราะสิ่งที่บอกว่าที่ดินทำอะไรได้จริง อยู่ที่ “รหัสและข้อกำหนด” ของพื้นที่นั้น



3.  เช็ก FAR OSR BCR : ตัวเลขที่บอกว่าที่ดินสร้างอะไรได้แค่ไหน

นอกจากคำถามว่า “ทำอะไรได้” แล้ว ยังต้องดูต่อว่า “ทำได้มากแค่ไหน” ตรงนี้จึงต้องดูตัวเลขและเงื่อนไขควบคุมการพัฒนาที่กำหนดไว้สำหรับพื้นที่นั้น เช่น FAR, OSR และ BCR ในกรณีที่ข้อกำหนดของผังฉบับนั้นกำหนดไว้

 

FAR, OSR และ BCR เป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุมความหนาแน่นและรูปแบบการพัฒนา โดยค่าที่กำหนดอาจแตกต่างกันตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินและข้อกำหนดของผังเมืองรวมแต่ละฉบับ

  • FAR (Floor Area Ratio) คืออัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมทุกชั้นของอาคารทุกหลัง ต่อพื้นที่แปลงที่ดิน คำนวณจาก พื้นที่อาคารรวมทุกชั้น หารด้วยพื้นที่แปลงที่ดิน ค่า FAR ยิ่งสูง ยิ่งสร้างอาคารได้พื้นที่ใช้สอยมาก เช่น ที่ดิน 1 ไร่ ถ้า FAR เท่ากับ 4 หมายความว่าสร้างพื้นที่อาคารรวมทุกชั้นได้ถึง 4 เท่าของขนาดที่ดิน เช่น หากที่ดินมีขนาด 1,600 ตารางเมตร และกำหนด FAR = 4 จะสามารถก่อสร้างอาคารรวมทุกชั้นได้ไม่เกิน 6,400 ตารางเมตร


  • OSR (Open Space Ratio) คืออัตราส่วนพื้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุมดินต่อพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคาร ใช้ในพื้นที่ที่เปิดให้พัฒนาอาคารได้มากหรือมีค่า FAR สูง เพื่อคุมให้พื้นที่ว่างของเมืองยังอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม ยิ่งอาคารมีพื้นที่รวมมากเท่าไหร่ ก็ต้องมีพื้นที่ว่างมากขึ้นตามไปด้วย


  • BCR (Building Coverage Ratio) คืออัตราส่วนพื้นที่ที่อาคารปกคลุมดินต่อพื้นที่แปลงที่ดิน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ใช้ควบคุมไม่ให้อาคารปกคลุมพื้นที่ดินมากเกินไป เพื่อเปิดทางให้อากาศถ่ายเท แสงแดดส่องถึง และน้ำซึมผ่านดินได้

 

ตัวเลขเหล่านี้ผันแปรตามขนาดเมืองด้วย เมืองขนาดใหญ่มากอย่างกรุงเทพฯ กับเมืองขนาดเล็กในต่างจังหวัด แม้จะเป็นที่ดินประเภทเดียวกันตามชื่อ แต่ค่า FAR OSR BCR ที่อนุญาตให้ใช้ก็ไม่เท่ากัน

 

  1. ดูบัญชีท้ายข้อกำหนด : ส่วนที่คนมักมองข้ามแต่สำคัญมาก

    อีกส่วนหนึ่งที่ต้องตรวจสอบเมื่อกิจกรรมที่ต้องการพัฒนาเกี่ยวข้องกับโรงงานหรือกิจการอุตสาหกรรม คือ “บัญชีท้ายข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน”

     

    เนื่องจากข้อกำหนดของผังเมืองอาจไม่ได้จบเพียงข้อความว่า “อนุญาต” หรือ “ไม่อนุญาต” ให้ประกอบกิจการโรงงาน แต่ยังอาจมีบัญชีแนบท้ายที่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทและชนิดของโรงงานที่สามารถดำเนินการได้ในพื้นที่นั้น

     

    ดังนั้น หากต้องการตรวจสอบว่ากิจการโรงงานประเภทหนึ่งสามารถตั้งอยู่ในพื้นที่ได้หรือไม่ ต้องอ่าน ทั้งข้อกำหนดหลักและบัญชีท้ายที่เกี่ยวข้อง

     

    แม้จะเป็นพื้นที่ที่กำหนดเพื่อการอุตสาหกรรม ก็ไม่ได้หมายความว่าโรงงานทุกลำดับ ประเภท/ชนิด จำพวก จะสามารถตั้งได้โดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องตรวจสอบชนิดกิจการ เงื่อนไขของผังเมือง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบกัน

 

  1. ไม่เทียบข้ามพื้นที่ : สีเดียวกัน แต่ทุกพื้นที่ไม่เหมือนกัน

    อีกเรื่องที่สำคัญมาก คือ 


  2. “อย่านำความเข้าใจจากผังเมืองรวมพื้นที่หนึ่งไปใช้กับอีกพื้นที่”หนึ่งโดยอัตโนมัติ”

    แม้ผังเมืองรวมแต่ละฉบับจะอาศัยมาตรฐานสีและสัญลักษณ์กลางในการจัดทำ แต่รายละเอียดข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่สามารถแตกต่างกันได้ตามวัตถุประสงค์ของการวางผัง สภาพพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ สังคม และแนวทางการพัฒนาของเมืองนั้น

    พูดง่าย ๆ คือ


    “สี” บอกหมวดหมู่ แต่ “ข้อกำหนด” บอกรายละเอียด

    ดังนั้น หากต้องการรู้ว่าที่ดินสีเหลืองในพื้นที่หนึ่งทำอะไรได้บ้าง ต้องอ่านข้อกำหนดของ ผังเมืองรวมฉบับที่ใช้กับพื้นที่นั้นโดยตรง ไม่ควรนำข้อกำหนดของที่ดินสีเหลืองจากผังเมืองรวมอีกพื้นที่ หรืออีกเมืองหนึ่งมาใช้เทียบเคียง แม้สีจะเหมือนกันก็ตาม

 

  1. สังเกตสีพิเศษ : เจอสีหรือสัญลักษณ์ไม่คุ้นตา ต้องทำอย่างไร?

    นอกจากสีและสัญลักษณ์ที่พบเห็นโดยทั่วไปแล้ว บางพื้นที่อาจมีประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินที่สะท้อนบริบทหรือกิจกรรมเฉพาะของพื้นที่ ทำให้มีทั้งสี กรอบ ลายเส้นทแยง หรือตัวอักษรกำกับที่แตกต่างออกไป

    เพราะฉะนั้น หากเจอสีหรือสัญลักษณ์ที่ไม่คุ้นตา อย่าเพิ่งตีความจากสีเพียงอย่างเดียว แต่ให้กลับไปตรวจสอบคำอธิบายสัญลักษณ์ของแผนผังฉบับนั้นโดยตรง แล้วจึงเปิดอ่านข้อกำหนดของประเภทที่ดินนั้นอีกครั้ง

     

    ดังนั้น ก่อนยื่นคำร้อง 90 วัน อย่าดูแค่ว่า “สีเปลี่ยนหรือไม่”!

    สิ่งสำคัญในการตรวจสอบร่างผังเมืองรวมจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า

    “ที่ดินของเราเปลี่ยนสีหรือไม่?”


    แต่ควรถามต่อด้วยว่า

    “รหัสเปลี่ยนหรือไม่?”“ข้อกำหนดเปลี่ยนหรือไม่?”“กิจกรรมที่เคยทำได้ ยังทำได้เหมือนเดิมหรือไม่?”

    “FAR, OSR, BCR หรือเงื่อนไขการพัฒนาเปลี่ยนไปหรือไม่?”

     

    เพราะบางครั้งสีบนแผนผังอาจดูใกล้เคียงเดิม แต่รายละเอียดของข้อกำหนดที่อยู่เบื้องหลังอาจเปลี่ยนแปลง และส่งผลต่อศักยภาพการใช้ประโยชน์หรือการพัฒนาที่ดินได้

     

    การอ่านผังเมืองให้ครบทุกชั้นข้อมูลจึงช่วยให้ประชาชนและเจ้าของที่ดินสามารถประเมินผลกระทบได้อย่างมีข้อมูล ก่อนตัดสินใจว่าจะ ยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนด ในช่วงปิดประกาศ 90 วันหรือไม่

     

    ตามข้อมูลของกรุงเทพมหานคร ขั้นตอนปิดประกาศ 90 วัน เป็นช่วงที่ผู้มีส่วนได้เสียสามารถตรวจสอบแผนที่ แผนผัง ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน รายการประกอบแผนผัง และเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยื่นคำร้องตามขั้นตอนของกฎหมายได้

     

    เมื่อเข้าใจวิธีอ่านแล้ว มาดูกันต่อว่า ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง และมีประเด็นไหนที่เจ้าของที่ดินควรตรวจสอบเป็นพิเศษ

    อ่านรายละเอียดได้ที่ : https://www.lad.co.th/post/ร่างผังเมืองกรุงเทพฯ-2569-เปลี่ยนอะไรบ้าง-เช็ก-10-ประเด็นสำคัญ-ก่อนหมดเขตยื่นคำร้อง-90-วัน


    ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : มาตรฐานการวางและจัดทำผังเมืองรวม พ.ศ. 2566 (ฉบับปรับปรุง) กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page