top of page
Clip path group
Clip path group

อัปเดตผังเมืองปทุมธานี 2569 : “รังสิต” กำลังเปลี่ยนจากเมืองโรงงาน สู่เมือง Mixed-use

3 วันที่แล้ว

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

0

40

0


จังหวัดปทุมธานีกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยน” สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์การเติบโตเมือง จากเดิมที่ถูกมองเป็นเพียง “เมืองปริมณฑล” ที่ทำหน้าที่รองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ ผ่านโรงงานอุตสาหกรรม นิคม และหมู่บ้านจัดสรร วันนี้บทบาทของเมืองกำลังเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ปทุมธานีไม่ได้กำลังเติบโตในฐานะ “พื้นที่รอบนอก” อีกต่อไป แต่กำลังค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ “เมืองเศรษฐกิจ” ที่มีศูนย์กลางของตัวเอง ทั้งในมิติของการอยู่อาศัย การค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค


สัญญาณที่ชัดที่สุดของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ คือ “การเปลี่ยนผังสี” โดยเฉพาะในโซน “ท่าโขลง - คลองหลวง - รังสิต” ที่ล่าสุดมีการปรับพื้นที่จาก “ผังสีม่วง” หรือพื้นที่อุตสาหกรรมและคลังสินค้า ไปสู่ “ผังสีแดง” ซึ่งรองรับพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นสูง


ในมิติทางเศรษฐกิจ นี่คือการ “ตีมูลค่าเมืองใหม่” เพราะทุกครั้งที่ผังสีเปลี่ยน ศักยภาพของที่ดิน มูลค่าการลงทุน และรูปแบบกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะถูกเขียนใหม่ไปพร้อมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในรังสิตวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่อง zoning แต่คือการปลดล็อก “ภาพอนาคตของเมือง” ให้สามารถรองรับโครงการ Mixed-use และการลงทุนขนาดใหญ่ที่ในอดีตไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายใต้ข้อจำกัดของผังเมืองเดิม


และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ “รังสิต” กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ Developer และนักลงทุนจับตามากที่สุดของปริมณฑลในเวลานี้


ปทุมธานีไม่ได้เติบโตแบบ “เมืองเดียว”

ภายใต้ผังเมืองรวมปัจจุบัน จังหวัดปทุมธานีถูกแบ่งออกเป็น 5 โซนหลัก ได้แก่

  • เมืองท่าโขลง - คลองหลวง - รังสิต

  • เมืองหนองเสือ - คลองหลวง - ธัญบุรี

  • เมืองลำลูกกา - บึงยี่โถ

  • เมืองปทุมธานี

  • อำเภอลาดหลุมแก้ว - อำเภอสามโคก

แต่ละพื้นที่ใช้ “กฎกระทรวงผังเมืองรวม” คนละฉบับ และถูกวางบทบาทแตกต่างกัน ทั้งในฐานะเมืองอุตสาหกรรม เมืองอยู่อาศัย พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่สำรองของการขยายตัวเมืองในอนาคต หากมองในเชิงโครงสร้างเมือง จะพบว่า ปทุมธานีไม่ได้เติบโตแบบ “เมืองเดียว” แต่กำลังพัฒนาในลักษณะ “หลายเมืองเชื่อมต่อกัน” โดยแต่ละโซนมีแรงขับเคลื่อนและทิศทางการเติบโตของตัวเอง


อย่างไรก็ตาม หากมองในมิติของ “แรงลงทุน” และ “ศักยภาพการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ดิน” ปัจจุบันมีอยู่ 2 โซนที่ถูกจับตามากที่สุด คือ “ท่าโขลง - คลองหลวง - รังสิต” และ “ลำลูกกา - บึงยี่โถ”

เพราะทั้งสองพื้นที่กำลังเผชิญแรงขับเคลื่อนพร้อมกันจากทั้งเมกะโปรเจกต์ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง และการขยายตัวของเมืองจากกรุงเทพฯ


ร่างผังรวมเมืองของ จ.ปทุมธานี : กรมโยธาธิการและผังเมือง, เทศบาลเมืองคลองหลวง
ร่างผังรวมเมืองของ จ.ปทุมธานี : กรมโยธาธิการและผังเมือง, เทศบาลเมืองคลองหลวง

รังสิต : จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของปทุมธานี

โซน “ท่าโขลง - คลองหลวง - รังสิต” ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักของจังหวัด และเป็นโซนที่มีความเข้มข้นของกิจกรรมเมืองมากที่สุด ทั้งมหาวิทยาลัย นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค


พื้นที่นี้ยังเป็นจุดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงผังสีสำคัญที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เดิมพื้นที่ดังกล่าวใช้ผังเมืองตาม “กฎกระทรวงผังเมืองรวม เมืองท่าโขลง - คลองหลวง - รังสิต พ.ศ. 2552” แต่ภายในเวลาไม่กี่ปี มีการปรับผังสีถึง 2 ครั้งใหญ่

  • ครั้งแรกในปี 2565 พื้นที่อุตสาหกรรมบางส่วนของ MMC Factory นวนคร กว่า 1,300 ไร่ ถูกเปลี่ยนจาก “ผังสีม่วง” เป็น “ผังสีส้ม” หรือที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ซึ่งถือเป็นสัญญาณแรกว่า พื้นที่อุตสาหกรรมเดิมกำลังถูกเตรียมให้รองรับกิจกรรมเมืองรูปแบบใหม่

  • ต่อมาในปี 2569 มีการเปลี่ยนผังสีจาก “สีม่วง” ไปเป็น “สีแดง” ซึ่งเปิดทางให้เกิดการพัฒนาเมืองเข้มข้นสูง ทั้งอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม และโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่ดังกล่าวเชื่อมโยงกับข่าวการพัฒนา “Central M” ของ CPN ยิ่งสะท้อนว่า รังสิตกำลังถูกวางบทบาทใหม่ ให้เป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่” ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ


เมื่อ “เมืองโรงงาน” เริ่มไม่ใช่คำตอบเดียวของการเติบโต

หากย้อนกลับไปเมื่อ 20-30 ปีก่อน ปทุมธานีเติบโตจากฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเป็นหลัก พื้นที่อย่างนวนคร คลองหลวง หรือรังสิต ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่รองรับโรงงาน คลังสินค้า และแรงงานจากกรุงเทพฯ

การมี “ผังสีม่วง” ในอดีตจึงถือเป็นข้อได้เปรียบ เพราะหมายถึงศักยภาพด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

แต่บริบทของเมืองในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างมาก


หากมองจากแนวรังสิตวันนี้ เมืองแทบไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยโรงงานเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วยมหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ที่กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนพื้นที่ชานเมือง ให้กลายเป็น “urban corridor ใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ”


สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ “มูลค่าของที่ดิน” เริ่มเปลี่ยนจากการประเมินแบบอุตสาหกรรม ไปสู่การประเมินแบบเมืองพาณิชยกรรมและเมืองอยู่อาศัย ในเชิงเศรษฐศาสตร์เมือง ที่ดินผืนเดียวกัน หากใช้สร้างคลังสินค้า อาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ต่ำกว่าการพัฒนาเป็นโครงการ Mixed-use หรือคอนโดมิเนียมหลายเท่า โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่ดังกล่าวเริ่มเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค

คำถามสำคัญในวันนี้ จึงไม่ใช่ว่า “พื้นที่สีม่วงยังพัฒนาได้ไหม” แต่คือ “ยังคุ้มพอจะเก็บไว้เป็นอุตสาหกรรมอยู่หรือเปล่า”

Developer กำลังมองปทุมธานีไม่เหมือนเดิม

ในอดีต นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์อาจมองปทุมธานีเป็นเพียงพื้นที่สำหรับบ้านจัดสรรแนวราบหรือโครงการราคาปานกลาง แต่วันนี้มุมมองดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน การมาของโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ทั้งรถไฟฟ้า ถนนวงแหวน มอเตอร์เวย์ และระบบรางในอนาคต กำลังทำให้ปทุมธานีกลายเป็น “เมืองที่มีศักยภาพในการสร้างศูนย์เศรษฐกิจใหม่” ยิ่งเมื่อผังเมืองเริ่มเปิดทางให้การพัฒนาเข้มข้นสูง นักลงทุนรายใหญ่ก็จะเริ่มประเมินใหม่ทันทีว่า ที่ดินผืนใดควรถูกเก็บไว้ และที่ดินผืนใดควรถูกพัฒนา


ในอนาคต เราอาจเห็นโรงงานเก่าหรือคลังสินค้าหลายแห่งถูกซื้อเพื่อรวมแปลง (land assembly) ก่อนพัฒนาเป็นเมืองผสมผสานขนาดใหญ่ ทั้งคอนโดมิเนียม ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือ lifestyle district นี่คือ pattern เดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในพระราม 9 บางนา และรัชดาภิเษก เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจเมืองเริ่มเปลี่ยนจาก “อุตสาหกรรม” ไปสู่ “เศรษฐกิจบริการ”

 

ลำลูกกา : สนามลงทุนใหม่ที่กำลังรอปลดล็อก

อีกพื้นที่ที่ถูกจับตาไม่แพ้กัน คือ “ลำลูกกา - บึงยี่โถ” ซึ่งปัจจุบันยังใช้ผังเมืองรวมปี 2555 แต่มีร่างผังใหม่ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุง


จุดแข็งสำคัญของพื้นที่ คือ การเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ และแนวโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย โครงการ Monorail ปทุมธานี รวมถึงโครงการขนาดใหญ่อย่าง IKEA รังสิต

หลายฝ่ายมองว่า หากผังเมืองฉบับใหม่ได้รับอนุมัติ พื้นที่ลำลูกกา - บึงยี่โถ อาจกลายเป็น “สนามลงทุนใหม่” ของ Developer ทันที เพราะยังมีที่ดินขนาดใหญ่เหลืออยู่จำนวนมาก และต้นทุนยังต่ำกว่ากรุงเทพฯ ชั้นในอย่างมีนัยสำคัญ



พื้นที่สีเขียววันนี้ อาจเป็น “คลื่นการเติบโตระลอกถัดไป”

ในขณะที่พื้นที่รังสิตเริ่มพัฒนาเข้มข้นขึ้น โซนอย่าง “สามโคก - ลาดหลุมแก้ว” และ “หนองเสือ - คลองหลวง - ธัญบุรี” ยังคงเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและผังสีเขียวเป็นส่วนใหญ่ แม้วันนี้จะยังดูเงียบ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์เมือง พื้นที่ลักษณะนี้มักเป็น “land reserve” หรือพื้นที่สำรองของการขยายเมือง


เมื่อพื้นที่เศรษฐกิจหลักเริ่มเต็ม ราคาที่ดินสูงขึ้น นักลงทุนจะเริ่มมองหาพื้นที่ศักยภาพถัดไปเสมอ

สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับบางนา รังสิต หรือคลองหลวงในอดีต อาจกำลังจะเกิดกับสามโคกหรือหนองเสือในอนาคตเช่นกัน โดยเฉพาะหากระบบรางใหม่เกิดขึ้นจริง พื้นที่ที่วันนี้ยังเป็นทุ่งนา อาจกลายเป็นแนวเมืองใหม่ภายในเวลาไม่กี่สิบปี


พลิกโฉมปทุมธานี สู่ศักยภาพที่กำลังถูกเขียนใหม่

สิ่งสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนผังสีในปทุมธานี ไม่ได้อยู่แค่เรื่อง FAR หรือประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน แต่คือ “การประกาศทิศทางอนาคตของเมือง”


ทุกครั้งที่ผังสีเปลี่ยน เมืองกำลังส่งสัญญาณใหม่ให้ตลาด นักลงทุน และประชาชน ว่าพื้นที่ใดกำลังจะเติบโต พื้นที่ใดกำลังเปลี่ยนบทบาท และพื้นที่ใดกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่


ปทุมธานีในวันนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียง “เมืองรองรับกรุงเทพฯ” อีกต่อไป แต่กำลังเริ่มสร้างระบบเศรษฐกิจของตัวเอง ผ่านมหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า เมืองผสมผสาน และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

และการเปลี่ยนแปลงผังสีครั้งนี้ อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของการ “rewrite” เมืองครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของปริมณฑลฝั่งเหนือก็ได้


อ่านต่อ! เจาะลึก Central Rangsit 750 ไร่: Mega project 110,000 ล้าน ที่กำลัง “เปลี่ยนโครงสร้างกรุงเทพฯ ตอนเหนือ : https://www.lad.co.th/post/เจาะลึก-central-rangsit-750-ไร่-mega-project-110-000-ล้าน-ที่กำลัง-เปลี่ยนโครงสร้างกรุงเทพฯ-ตอนเหน



ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :

https://thelist.group/realist/blog/อัปเดต-ผังสี-ปทุมธานี/

https://www.facebook.com/share/p/1Fry6Qsq2x/

https://www.facebook.com/share/p/18wSooKqGs/


3 วันที่แล้ว

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

0

40

0

โพสต์ที่คล้ายกัน

ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่
bottom of page