
5 เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน ภายใต้กระแส Longevity Economy ในปี 2025
4 ต.ค. 2025
2 min read
0
6
0

ลองจินตนาการดูว่า หากอาคารที่เราอยู่อาศัย ไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็น ผู้มีบทบาทเชิงรุกในการดูแลสุขภาพและความยืนยาวของชีวิต - นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกของ Longevity Real Estate (LRE)
วันนี้ LAD จะพาไปทำความรู้จักกับกระแส Longevity Economy พร้อม เจาะลึก 5 เทรนด์อสังหาฯ ที่น่าลงทุน
Longevity Real Estate หรื อ LRE คืออะไร?
LRE คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิม มาสู่การเปลี่ยนบ้านและเมืองให้กลายเป็นระบบที่มีชีวิต ซึ่งสามารถเพิ่มพูนสุขภาพ สมรรถนะ และอายุยืนยาว ได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ และการออกแบบเมืองบรรจบกัน อสังหาฯ รูปแบบใหม่นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสินค้าหรู แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจแห่งความยืนยาว (Longevity Economy)
แนวคิดอสังหาฯ ในยุคใหม่นี้ จึงผสานเทคโนโลยีชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการดูแลสุขภาพ และการอ อกแบบอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุนต่อสุขภาพในทุกช่วงวัย โดยเน้นการขยายสุขภาวะระยะยาว (Healthspan) ที่ไม่ใช่เพียงอายุขัย (Lifespan) แต่คือการออกแบบสถาปัตยกรรมอัจฉริยะ ระบบการแพทย์เชิงคาดการณ์ และการติดตามสุขภาพด้วยข้อมูลชีวภาพที่ฝังอยู่ในตัวอาคาร

Longevity Economy กับอสังหาริมทรัพย์ไทย
“Longevity” หรือศาสตร์แห่งการยืนยาวอย่างมีคุณภาพ กำลังกลายเป็น เมกะเทรนด์ (Megatrend) ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ และกำลังขยายเข้าสู่สังคมไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพราะไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการมีอายุยืน แต่ยังหมายถึงการใช้ชีวิตที่ แข็งแร ง สมองแจ่มใส ร่างกายกระฉับกระเฉง และมีความสุขในทุกมิติ
เมื่อ “การยืนยาว” กำลังถูกยกระดับจากแนวคิดสู่การเป็น ไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุที่มีศักยภาพสูง จึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ อสังหาริมทรัพย์ ต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ ของตลาด

ภาพตัวอย่าง คอนโด Wellness “Romm Convent” โดย พราว เรียลเอสเตท
5 เทรนด์อสังหาริมทรัพย์เพื่อตอบโจทย์ Longevity Economy
1. โครงการมิกซ์ยูสสุขภาพ (Health-focused Mixed-use Development)
การพัฒนาโครงการที่รวม ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำงาน ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ฟิตเนส คลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย และพื้นที่กิจกรรม เข้าไว้ในคอมมูนิตี้เดียว กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการใช้ชีวิตแบบครบวงจรและสะดวกสบาย โดยคำนึงถึงการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกย่างครบครัน อาทิ
การจัดวางผังพื้นที่ (Masterplan): ต้องสร้างคว ามเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่อยู่อาศัย พาณิชย์ และสุขภาพภายในโครงการเดียว เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการสุขภาพและกิจกรรมได้สะดวก
พื้นที่กิจกรรมเพื่อชุมชน: เช่น สนามหญ้ากลางแจ้ง, jogging track, co-living café ที่ส่งเสริมการพบปะทางสังคม
การสัญจรภายใน (Mobility): เน้นการเดินเท้า (walkability), การเข้าถึงด้วยจักรยาน และพื้นที่ barrier-free สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ

ภาพตัวอย่างโครงการ Aventura ParkSquare ที่เน้นการพัฒนาแบบมิกซ์ยูสเพื่อสุขภาพ
2. คอนโดและโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being Residence)
ที่อยู่อาศัยที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพอย่างองค์รวม ซึ่งอาศัยการออกแบบบรรยากาศ และงานระบบ อาทิ
Indoor Environmental Quality (IEQ): ออกแบบระบบฟอกอากาศ, การระบายอากาศธรรมชาติ, และการควบคุมแสงเพื่อลดภาวะเครียด
Biophilic Design: เชื่อมโยงธรรมชาติ เช่น สวนแนวตั้ง, พื้นที่สีเขียวบนดาดฟ้า การนำธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่ เช่น พื้นที่สีเขียว แสงธรรมชาติ และพืชในอาคาร ลดความเครียดได้ถึง 30% และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 15% (Terrapin Bright Green, 2020)
วัสดุเพื่อสุขภาพ (Healthy Materials): ใช้วัสดุปลอด VOC, พื้นกันลื่น, และสี non-toxic
พื้นที่กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและสังคม : เช่น yoga deck, สวนสมุนไพร, meditation zone
คอนเซปต์เหล่านี้ช่วย เพิ่มมูลค่าโครงการและดึงดูดกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตสร้างการยกระดับโครงการที่พัฒนาตามมาตรฐานสากลอย่าง WELL Building Standard เพื่อตอบโจทย์สุขภาวะโดยตรง

ภาพตัวอย่าง คอนโด Wellness “Romm Convent” โดย พราว เรียลเอสเตท
3. ชุมชนผู้สูงอายุและที่พักอาศัยเพื่อการเกษียณ (Senior Living & Retirement Community)
เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงสำหรับวัยเกษียณจึงเติบโต อย่างรวดเร็ว โดยโครงการเหล่านี้มักมาพร้อม บริการดูแลสุขภาพ 24 ชั่วโมง คลับเฮ้าส์ กิจกรรมเสริมสร้างสุขภาวะ และการดูแลเชิงป้องกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยมีการเพิ่มการออกแบบพื้นที่ และการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับผู้สูงอายุ อาทิ
Universal Design: พื้นที่ barrier-free ลิฟต์รองรับรถเข็น ทางเดินกว้าง หรือ ห้องน้ำกันลื่น
บริการดูแลสุขภาพ 24 ชั่วโมง: ระบบ Nurse Call ระบบ Health Station และ ระบบ AI Monitoring
กิจกรรมเสริมสร้างสุขภาวะและสังคม : เช่น ศิลปะหรือดนตรีบำบัด สวนบำบัด (healing garden)
Mixed-age Interaction: ออกแบบพื้นที่ให้ผู้สูงวัยเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ลดการแยกตัวทางสังคม

4. การท่องเที่ยวสุขภาพและการแพทย์ (Wellness Hospitality & Medical Tourism)
ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ด้วยความโดดเด่นทั้งด้านการท่องเที่ยวและบริการทางการแพทย์ จึงสร้างโอกาสในการพัฒนาอสังหาฯ ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภา พและการแพทย์ เช่น Wellness Resort ศูนย์กายภาพบำบัด และ Medical Hub กำลังกลายเป็นโอกาสใหม่ ทั้งในรูปแบบของการบำบัด รักษา และเยียวยา อาทิ
Integration with Nature: รีสอร์ทสุขภาพต้องใช้ Biophilic & Eco Design เพื่อเชื่อมโยงการพักผ่อนกับธรรมชาติ
Healing Space Design: ใช้แสงธรรมชาติ น้ำ และเสียงธรรมชาติเป็นองค์ประกอบบำบัด
Service Integration: รวมบริการแพทย์กายภาพ การบำบัดด้วยน้ำแร่ โยคะ หรือการดีท็อกซ์
Cultural Touch: ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น สปาไทย สมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ

5. การพัฒนาระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Digital Health Infrastructure)
การพัฒนาโครงการเพื่อรองรับ Longevity ไม่ได้จำกัดเพียงการสร้างบรรยากาศหรือสุนทรียภาพ แต่หมายถึงการสร้างเมืองและที่อยู่อาศัยสมัยใหม่บน โครงสร้างอัจฉริยะ ที่สนับสนุนสุขภาพและคุณภาพชีวิ ตของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริงเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ ถูกบูรณาการเข้ากับตัวอาคารและเมือง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และยืดอายุสุขภาวะได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ
Smart Home System: ระบบ IoT เช่น เซนเซอร์ตรวจสุขภาพ การตรวจจับการหกล้ม ระบบไฟอัจฉริยะ
Digital Health Platform: Telemedicine / Health Data Hub / AI-driven health monitoring
Mobility & Accessibility: เมืองต้องออกแบบให้รองรับ e-mobility / automated shuttle / barrier-free walkway
Sustainability: ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ อาคาร Net Zero Energy

การพัฒนาเมือง Longevity
การพัฒนาเมืองไม่ใช่เพียงการสร้างอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องเป็นเมืองที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของคนทุกวัย ผู้อยู่อาศัยควรสามารถเดินทางจากที่พักอาศัยไปยังที่ทำงาน สถานพยาบาล สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ และสถานที่ทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวก มีอิสรภาพ และคุณภาพชีวิตสูง การลงทุนจึงควรมุ่งไปที่พื้นที่สาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย พร้อมการอ อกกฎหมายและมาตรฐานใหม่ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ และสนับสนุนให้คนทุกกลุ่มสามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ
การเปลี่ยนผ่านสู่ LRE ไม่ใช่เพียงกระแส แต่คือ การเคลื่อนไหวเชิงอุตสาหกรรม ที่กำลังเปลี่ยนโฉมอสังหาริมทรัพย์ โดยการผสาน “สุขภาพ–เทคโนโลยี–การอยู่อาศัย” เข้าด้วยกัน เพื่อเตรียมโลกสำหรับอนาคตที่ ชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดีสามารถถูกออกแบบขึ้นมาได้ ไม่ใช่แค่ความหวัง และล้วนเป็ นโอกาสทางธุรกิจที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
คำถามในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ “เราจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน?”
แต่คือ “เราจะใช้ชีวิตได้ดีเพียงใด?”

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ
https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1200503
https://www.thaipbs.or.th/now/content/3196
https://www.longevity-book.com/post/the-rise-of-longevity-real-estate-revolutionizing-how-we-live
https://link.springer.com/chapter/10.1007/978-3-031-95870-0_8
https://www.globalwellnesssummit.com/blog/longevity-momentum-in-wellness-real-estate-communities/
https://www.terrabkk.com/articles/209109/longevity-x-wellness-ปราถนาคนละเรื่องเดียวกัน
https://hasanhive.com/top-wellness-resorts-2025-eco-luxury-ai/
https://www.proudrealestate.co.th/content/wellness-well-being/wellness-condo/
https://bluprint-onemega.com/architecture/commercial/mixed-use-developments-recreating-barangay/
https://friis-moltke.com/architecture/health/nursing-homes-kristiansand/
https://cepr.org/voxeu/columns/healthy-ageing-healthy-economy
https://eldercareanswers.com/senior-housing-choices/







