top of page
Clip path group
Clip path group

“ย่านน่าอยู่กรุงเทพฯ 2026 มีที่ไหนบ้าง? วิเคราะห์จริงจาก Bangkok Index และเกณฑ์สากล”

22 ธ.ค. 2025

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

1

8

0

 

ปลายปีเป็นช่วงเวลาที่คนเมืองจำนวนมากต้องทบทวนการใช้ชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสิ้นสุดสัญญาเช่า การเปลี่ยนงาน การขยับจากการเช่าไปสู่การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย หรือการย้ายถิ่นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต การเลือก “ย่านอยู่อาศัย” จึงไม่ใช่เพียงการเลือกทำเล หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อเวลา สุขภาพ ค่าใช้จ่ายครัวเรือน และรูปแบบการใช้ชีวิตในระยะยาว


คำถามสำคัญคือ “ย่านน่าอยู่” ควรถูกประเมินจากอะไร โดยเฉพาะในบริบทของกรุงเทพมหานคร เมืองที่มีความซับซ้อนสูงทั้งด้านกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคม และกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการเดินทาง และพฤติกรรมการอยู่อาศัยอย่างชัดเจนในปี 2026


บทความนี้ LAD จะพาผู้อ่านทำความเข้าใจกรอบการประเมิน “ย่านน่าอยู่” ในระดับสากล และนำมาอ่านร่วมกับข้อมูลเชิงพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยให้การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยมีความรอบคอบ เป็นระบบ และสอดคล้องกับชีวิตจริงมากขึ้น

 

ความหมายของ “ย่านน่าอยู่” ในกรอบการวัดระดับสากล และเกณฑ์ที่เมืองใหญ่ทั่วโลกใช้กัน

ในเชิงวิชาการและนโยบายเมือง “ความน่าอยู่” (Liveability / Quality of Life) ไม่ได้หมายถึงความสวยงามหรือความหรูหราของพื้นที่ แต่หมายถึง ความสามารถของเมืองหรือย่านในการสนับสนุนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย มีสุขภาวะ และยั่งยืน แนวคิดนี้ถูกนำไปพัฒนาเป็นดัชนีประเมินเมืองในหลายสถาบันระดับโลก


1.     Global Liveability Index — Economist Intelligence Unit (EIU) ดัชนีนี้เป็นหนึ่งในมาตรฐานสากลที่องค์กรด้านวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลกใช้วัดคุณภาพชีวิตของเมืองใหญ่ โดยจัดอันดับเมืองทั่วโลกกว่า 170 เมือง จากตัวชี้วัดมากกว่า 30 ตัว ใน 5 หมวดหลัก ได้แก่:

  • Stability: ความปลอดภัยและความมั่นคง

  • Healthcare: ระบบสาธารณสุขและการเข้าถึงบริการ

  • Culture & Environment: สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม

  • Education: ระบบการศึกษา

  • Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานและการเดินทาง

ดัชนีของ EIU ช่วยให้เราเห็นว่าเมืองไหน “อยู่แล้วสบาย ใช้ชีวิตได้จริง” ซึ่งไม่ได้วัดแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่วัดโดยดูองค์ประกอบที่ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัย


2. Mercer Quality of Living City Ranking

ดัชนี Quality of Living จาก Mercer เป็นหนึ่งในรายงานที่องค์กรข้ามชาติและบริษัทใหญ่ใช้เพื่อประเมินคุณภาพชีวิตในเมืองต่างๆ โดยเฉพาะสำหรับการกำหนดค่าแรงและสิทธิประโยชน์ให้กับพนักงานต่างชาติ โดย Mercer พิจารณาองค์ประกอบหลายด้าน อาทิ

  • การเข้าถึงบริการสุขภาพ

  • ระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน

  • Socio-cultural environment ความปลอดภัย

  • ค่าใช้จ่ายชีวิตและความสะดวกในการอยู่อาศัย

ข้อดีของ Mercer คือมันเชื่อมโยงกับ “ต้นทุนชีวิตจริง” เช่นค่าอยู่อาศัย ค่าเดินทาง และคุณภาพการให้บริการ


3. OECD Better Life Index

ดัชนีนี้เปิดให้ประชาชนทั่วไป “ถ่วงน้ำหนัก” ปัจจัยที่สำคัญต่อความเป็นอยู่ของตนเอง เช่น

  • การจ้างงานและรายได้

  • ความพึงพอใจต่อชีวิต

  • ค่าที่อยู่อาศัยและสภาพบ้าน

  • การมีส่วนร่วมในชุมชน

  • ความปลอดภัยและสุขภาพ

หลักการของ Better Life Index คือ “เวลา” และ “ความพึงพอใจ” สำคัญพอๆ กับรายได้ เพราะชีวิตไม่ใช่แค่ตัวเลข GDP แต่เป็นความสมดุลของหลายด้านความเป็นอยู่

 

4. 15-Minute City — แนวคิด 15-Minute City เป็นโมเดลเมืองยุคใหม่ที่ได้รับการพูดถึงในวงวิชาการและนโยบายเมืองทั่วโลก แนวคิดคือ ชุมชนหรือย่านใดก็ตาม จะถือว่าน่าอยู่ได้ก็ต่อเมื่อผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานทั้งหมดได้ภายใน 15 นาที จากบ้านของตนเองเช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร สวนสาธารณะ และระบบขนส่ง โดยมีเป้าหมายของแนวคิดนี้คือ

  • กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น กระจายบริการอย่างเป็นธรรม

  • เมืองที่เท่าเทียม ครอบคลุม และชุมชนเข้มแข็งขึ้น

  • สุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

  • ลดเวลาเดินทาง ลดการปล่อยก๊าซจากการขนส่งและปรับปรุงคุณภาพอากาศ



Bangkok Index: การประเมินความน่าอยู่ในบริบทกรุงเทพมหานคร

แม้กรอบสากลจะให้แนวคิดเชิงคุณภาพที่ชัดเจน แต่การประเมินย่านอยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่สะท้อนบริบทท้องถิ่น หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ Bangkok Index ซึ่งจัดทำโดย Rocket Media Lab องค์กรด้านข้อมูลเพื่อการสื่อสารมวลชน (data journalism) ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลสาธารณะในการติดตามและวิเคราะห์ประเด็นสังคมทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ

.

Bangkok Index เป็นโครงการที่รวบรวมข้อมูลเชิงสถิติจาก 50 เขตในกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดอันดับ “ความน่าอยู่” ของแต่ละเขต โดยแบ่งเป็น 4 ด้านหลัก แต่ละด้านประกอบด้วยตัวชี้วัดย่อย 4 ตัว และนำมาคำนวณเป็นคะแนนรวมเพื่อเปรียบเทียบระหว่างเขต

  • ด้านบริการสาธารณะ ประกอบด้วย การสาธารณสุข ขนส่งสาธารณะ ศึกษา และคุณภาพชีวิต

  • ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย งบประมาณรายเขต รายได้จากการจัดเก็บภาษี การจดทะเบียนธุรกิจ และสถานประกอบการอาหาร

  • ด้านสวัสดิภาพ ประกอบด้วย อัคคีภัย อุทกภัย จุดเสี่ยงอาชญากรรม และอุบัติเหตุบนท้องถนน

  • ด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ขยะ น้ำเสีย อากาศ และสวนสาธารณะ

โดยแต่ละเขตจะได้รับคะแนนตามลำดับจาก 50 เขต (1-50 คะแนน) แล้วคำนวณรวมเพื่อจัดอันดับย่านโดยรวม


ผล Bangkok Index: 5 เขตที่มีคะแนนความน่าอยู่สูงสุด (ปี 2024)

จากการจัดอันดับ Bangkok Index ล่าสุด พบว่าเขตที่มีคะแนนความน่าอยู่สูงสุดส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงบริการสาธารณะ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ลักษณะร่วมของพื้นที่เหล่านี้คือข้อจำกัดด้านการพัฒนาใหม่และต้นทุนที่อยู่อาศัยในระดับสูง

1. เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

ป้อมปราบศัตรูพ่ายเป็นเขตชั้นในที่มีบทบาททางเศรษฐกิจและการบริการสูง พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในผังสีแดง (พาณิชยกรรม) และมีราคาประเมินที่ดินโดยกรมธนารักษ์อยู่ในช่วงประมาณ 250,000–400,000 บาทต่อตารางวา แม้ศักยภาพด้านผังเมืองจะเอื้อต่อการพัฒนาอาคารหลากหลายประเภท แต่ด้วยลักษณะเป็นชุมชนเก่าแก่และพื้นที่อนุรักษ์เมือง ทำให้การเกิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่มีค่อนข้างจำกัด

 

ย่านนี้อาจจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยในเมืองชั้นใน มีความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของชุมชนเก่า และให้คุณค่ากับความใกล้ชิดแหล่งงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากกว่าความใหม่ของโครงการ เช่น ผู้ประกอบการรายย่อย เจ้าของกิจการดั้งเดิม หรือผู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อถือครองระยะยาวในทำเลศูนย์กลางเมือง


 

2. เขตปทุมวัน

ปทุมวันถือเป็นศูนย์กลางเมืองที่มีความหนาแน่นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสถาบันการศึกษาสูง โครงสร้างกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนใหญ่อยู่ภายใต้หน่วยงานรัฐและสถาบันขนาดใหญ่ ส่งผลให้รูปแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยมีทั้งการถือครองแบบเช่าระยะยาวและการถือครองกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ ราคาคอนโดมิเนียมในย่านนี้มีช่วงกว้าง ตั้งแต่ระดับประมาณ 150,000 บาทต่อตารางเมตร ไปจนถึงมากกว่า 400,000 บาทต่อตารางเมตร สะท้อนความต้องการอยู่อาศัยและตลาดเช่าที่แข็งแรงจากนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ และชาวต่างชาติ

 

ย่านนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในใจกลางเมือง เดินทางสะดวก และยอมรับต้นทุนการอยู่อาศัยที่สูงขึ้น เช่น ผู้บริหาร พนักงานออฟฟิศระดับกลางถึงสูง ครอบครัวที่มีบุตรเรียนในสถาบันการศึกษาชั้นนำ รวมถึงผู้ลงทุนที่มองหาทำเลที่มีอุปสงค์ตลาดเช่าแข็งแรงในระยะยาว

 


3. เขตพระนคร

เขตพระนครเป็นพื้นที่เมืองเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และอยู่ใกล้เขตพระราชฐาน ทำให้มีข้อจำกัดด้านกฎหมายผังเมืองและการก่อสร้างอย่างเข้มงวด ส่งผลให้แทบไม่มีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายบ้านและอาคารพาณิชย์เดิม ราคาที่ดินในพื้นที่สะท้อนคุณค่าทางทำเลมากกว่าศักยภาพการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในอนาคต

 

ย่านนี้เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์เมือง เช่น นักวิชาการ นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการเชิงวัฒนธรรม หรือผู้อยู่อาศัยที่ต้องการสภาพแวดล้อมสงบ มีเสน่ห์เฉพาะตัว และยอมรับข้อจำกัดด้านการพัฒนาและความสะดวกสบายแบบเมืองสมัยใหม่

 


4. เขตสัมพันธวงศ์

แม้พื้นที่ของเขตสัมพันธวงศ์จะอยู่ในผังพาณิชยกรรมทั้งหมดและมีศักยภาพตามผังเมือง แต่ด้วยความหนาแน่นของชุมชนเก่าแก่และโครงสร้างการถือครองที่ดินแบบดั้งเดิม ทำให้การรวมแปลงเพื่อพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เป็นไปได้ยาก การพัฒนาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบการปรับปรุงหรือรีโนเวตอาคารเดิม ข้อจำกัดสำคัญของพื้นที่คือการขาดแคลนที่จอดรถและพื้นที่รองรับการใช้งานใหม่

 

ย่านนี้เหมาะกับผู้ที่ทำงานหรือประกอบธุรกิจในพื้นที่ ต้องการอยู่อาศัยใกล้แหล่งค้าขาย และคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่มีความคึกคักตลอดวัน เช่น ผู้ประกอบการค้าปลีก ครอบครัวดั้งเดิมในย่าน หรือผู้ที่มองหาการอยู่อาศัยควบคู่กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ มากกว่าการอยู่อาศัยเชิงพักผ่อน

 


5. เขตราชเทวี

ราชเทวีเป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับสูงใกล้ศูนย์กลางเมือง มีความได้เปรียบด้านการเดินทางและความใกล้ชิดกับแหล่งงานและสถานศึกษาชั้นนำ ส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมและตลาดเช่ามีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง ราคาคอนโดมิเนียมโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 160,000–320,000 บาทต่อตารางเมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทำเลที่ใกล้ระบบขนส่งมวลชน

 

ย่านนี้เหมาะกับคนทำงานในเมือง นักศึกษาในระดับอุดมศึกษา และครอบครัวขนาดเล็กที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง รวมถึงผู้ลงทุนที่มองหาทำเลที่มีสภาพคล่องสูงและสามารถปล่อยเช่าได้ง่ายในตลาดเมืองชั้นใน



ในทางกลับกัน เขตที่ได้คะแนนความน่าอยู่ต่ำสุดจากการจัดอันดับ ได้แก่ หนองแขม บางแค บางขุนเทียน สายไหม และทุ่งครุ ซึ่งสะท้อนความท้าทายด้านการเข้าถึงบริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐาน และโอกาสทางเศรษฐกิจ เมื่อเปรียบเทียบกับเขตชั้นใน


การสะท้อนแนวโน้มจาก Bangkok Index

ภาพรวมจากผลการจัดอันดับ Bangkok Index สะท้อนอย่างชัดเจนว่า เขตชั้นในของกรุงเทพมหานครยังคงได้เปรียบในหลายมิติสำคัญ ทั้งด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเข้าถึงบริการสาธารณะ และการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบดังกล่าวมาพร้อมกับต้นทุนที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของการใช้ที่ดิน ราคาที่อยู่อาศัยในระดับสูง และข้อจำกัดด้านการพัฒนาโครงการใหม่ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยทุกกลุ่ม


เมื่อพิจารณาผลการจัดอันดับควบคู่กับแนวโน้มการเลือกที่อยู่อาศัยของคนเมืองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า “ความน่าอยู่” ของเขตชั้นในไม่ได้เกิดจากทำเลเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ โครงสร้างเวลาและคุณภาพชีวิต ของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะการลดระยะเวลาเดินทาง การเข้าถึงแหล่งงาน และการใช้ชีวิตประจำวันในระยะใกล้



แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการกลับมาให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยในย่านเมืองเก่าหรือย่านชั้นในที่มีการฟื้นฟูและปรับปรุงการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ (urban rehabilitation) ซึ่งมีศักยภาพในการตอบสนองกิจกรรมพื้นฐานของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การค้า บริการสาธารณะ การศึกษา และพื้นที่ทางสังคม โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการเดินทางระยะไกลหรือเผชิญต้นทุนจากการจราจรที่ติดขัด

ในบริบทของกรุงเทพมหานคร การฟื้นฟูย่านเมืองเก่าไม่ได้หมายถึงการพัฒนาใหม่ในเชิงปริมาณ หากแต่เป็นการใช้ประโยชน์จาก “ทุนที่มีอยู่แล้ว” ของเมือง ทั้งโครงสร้างพื้นฐานเดิม ระบบถนนและขนส่งมวลชน การกระจุกตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจ รวมถึงทุนทางวัฒนธรรมและสังคมที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้ย่านเหล่านี้สามารถรองรับการใช้ชีวิตแบบผสมผสาน (mixed-use living) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าพื้นที่ขยายตัวใหม่ในชานเมือง


ในทางกลับกัน การอยู่อาศัยในพื้นที่ที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางเมือง แม้อาจมีต้นทุนที่อยู่อาศัยต่ำกว่าในระยะสั้น แต่ต้องแลกมากับต้นทุนเวลา การเดินทาง และความไม่แน่นอนของระบบจราจร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาวะและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน เมื่อพิจารณาในระยะยาว ต้นทุนแฝงเหล่านี้อาจสูงกว่าความได้เปรียบด้านราคาที่อยู่อาศัยในช่วงเริ่มต้น



ดังนั้น แนวโน้มการเลือกอยู่อาศัยในปี 2026 จึงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการ “ขยายเมืองออกสู่รอบนอก” ไปสู่การ “กลับมาใช้เมืองเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” ผ่านการฟื้นฟูย่านชั้นในและย่านเมืองเก่า แนวโน้มนี้ไม่เพียงสอดคล้องกับผลการจัดอันดับจาก Bangkok Index แต่ยังสอดรับกับกรอบคิดการพัฒนาเมืองร่วมสมัยในระดับสากล ที่ให้ความสำคัญกับการลดเวลาเดินทาง การใช้ทรัพยากรเมืองอย่างคุ้มค่า และการยกระดับคุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวัน


การใช้ดัชนีเพื่อการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย ปี 2026

การเลือกย่านอยู่อาศัยไม่ควรพิจารณาจากอันดับเพียงอย่างเดียว หากแต่ควรใช้ดัชนีเป็นกรอบการวิเคราะห์ผ่าน “เงื่อนไขชีวิตของปต่ละบุคคล” อย่างน้อยสามด้าน ได้แก่ ความสามารถในการจ่าย เวลาและรูปแบบการเดินทาง และเป้าหมายชีวิตในระยะยาว

เขตที่ได้คะแนนความน่าอยู่สูงอาจไม่เหมาะสม หากต้นทุนการอยู่อาศัยเกินกำลัง ขณะเดียวกันย่านที่อยู่นอกศูนย์กลางเมืองอาจให้คุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกว่า หากสามารถเชื่อมต่อระบบการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแผนชีวิตในช่วง 5–10 ปีข้างหน้า

 

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :

https://thinkofliving.com

https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2024/?fbclid=IwY2xjawNrKd9leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFMOEc1SndldUZBRlVUNnRkAR7rgaxoLUkwKxWjEtat9fCmcqMfndrqdP7MX80wByryFj0Jym1FAAE6p0eQvA_aem_TG_MgnB_W2GghyFuY9l1oQ

https://www.eiu.com/n/campaigns/global-liveability-index-2025/

https://www.mercer.com/insights/total-rewards/talent-mobility-insights/quality-of-living-city-ranking/

https://www.oecd.org/en/data/tools/well-being-data-monitor/better-life-index.html

https://www.c40knowledgehub.org/s/article/Why-every-city-can-benefit-from-a-15-minute-city-vision?language=en_US&gad_source=1&gad_campaignid=15865600952&gbraid=0AAAAAoVvOwi7EFTmepb_lRbW3nAhSjIqw&gclid=Cj0KCQiAxonKBhC1ARIsAIHq_luvRs5EXm-S5Ab_tv7fSKaO_UU_nn1uYrk9tV9L1MUDzpoVI33zPtIaAlhUEALw_wcB

https://www.matichon.co.th/columnists/news_1293021

https://th.trip.com/travel-guide/destination/samphanthawong-2016395/

https://www.thaipost.net/general-news/226553/

https://www.ddproperty.com/

22 ธ.ค. 2025

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

1

8

0

โพสต์ที่คล้ายกัน

ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่
bottom of page