top of page
Clip path group

ผังเมืองใหม่อยุธยา 2569 เปลี่ยนอะไร? เปิดข้อเท็จจริง "พื้นที่สีเขียว" สร้างโรงงานได้หรือไม่ ใครได้ประโยชน์ และใครอาจได้รับผลกระทบ

  • รูปภาพนักเขียน: PREECHAYA NAVARAJ
    PREECHAYA NAVARAJ
  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
ผังเมืองใหม่อยุธยา 2569 เปลี่ยนอะไร? เปิดข้อเท็จจริง “พื้นที่สีเขียว” สร้างโรงงานได้หรือไม่ ใครได้ประโยชน์ และใครอาจได้รับผลกระทบ

"พื้นที่สีเขียว" ในผังเมืองใหม่อยุธยา 2569 กำลังกลายเป็นประเด็นที่ประชาชนและเจ้าของที่ดินจำนวนมากจับตา หลัง ครม. เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2560 หรือที่หลายคนเรียกว่า “ร่างแก้ไขผังเมืองอยุธยา” ซึ่งอาจเปลี่ยนแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนาเมืองในอนาคต


หลายคนจึงเกิดคำถามว่า

  • พื้นที่สีเขียวจะสร้างโรงงานได้จริงหรือไม่

  • บ้านและที่ดินของเราจะได้รับผลกระทบหรือเปล่า

  • ราคาที่ดินจะเปลี่ยนหรือไม่

  • อยุธยาจะเปลี่ยนจากเมืองเกษตรสู่เมืองอุตสาหกรรมมากขึ้นหรือไม่


บทความนี้ LAD ชวนวิเคราะห์ข้อเท็จจริงของร่างผังเมืองใหม่อยุธยา 2569 ว่าเปลี่ยนอะไรบ้าง พื้นที่สีเขียวสร้างโรงงานได้จริงหรือไม่ ใครได้ประโยชน์ ใครอาจได้รับผลกระทบ และเจ้าของที่ดินควรตรวจสอบอะไร ก่อนผังเมืองฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้


บ้านหรือที่ดินของคุณได้รับผลกระทบจากผังเมืองใหม่หรือไม่? เช็กได้ภายใน 5 นาที

ก่อนสรุปว่าผังเมืองใหม่จะส่งผลต่อบ้านหรือที่ดินของคุณหรือไม่ ลองตรวจสอบตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

  1. ค้นหาตำแหน่งบ้านหรือที่ดินของคุณบนแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน

  2. ตรวจสอบว่าที่ดินอยู่ในพื้นที่หมายเลขใด (เช่น 3.5, 3.18 หรือ 3.24)

  3. เปิดข้อกำหนดของพื้นที่หมายเลขนั้น แล้วเปรียบเทียบระหว่างผังเมืองเดิมกับร่างแก้ไข เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

  4. ตรวจสอบว่ามีกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น คลังสินค้า โรงงาน พาณิชยกรรม หรืออาคารชุด เพื่อประเมินแนวโน้มการพัฒนาในพื้นที่

  5. ติดตามช่องทางการรับฟังความคิดเห็นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือหน่วยงานจังหวัด โดยวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการวางและจัดทำผังนโยบายระดับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งประชาชนสามารถใช้เป็นช่องทางติดตามและสะท้อนข้อกังวลต่อทิศทางการพัฒนาพื้นที่ได้


ผังสีเขียวคืออะไร

หลายคนเข้าใจว่า "ผังสีเขียว" หมายถึงพื้นที่ที่ห้ามพัฒนา หรือเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ไม่สามารถก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างได้ แต่ในทางผังเมือง ความหมายไม่ได้เป็นเช่นนั้น


ตามกฎกระทรวงผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2560 ที่ดินสีเขียวถูกกำหนดให้เป็น "ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม" โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับการทำเกษตรกรรม การอยู่อาศัย สถาบันการศึกษา ศาสนสถาน หน่วยงานราชการ และสาธารณูปโภคบางประเภท 


กล่าวคือ ผังสีเขียวไม่ใช่พื้นที่ "ห้ามพัฒนา" แต่เป็นพื้นที่ที่กำหนดให้การพัฒนาต้องสอดคล้องกับลักษณะชนบทและการเกษตร พร้อมกำหนดกิจกรรมที่ห้ามหรืออนุญาตไว้เป็นรายพื้นที่

นั่นหมายความว่า แม้พื้นที่ทั้งหมดจะใช้สีเขียวเหมือนกัน แต่ข้อกำหนดของพื้นที่แต่ละหมายเลข อาจแตกต่างกันได้


ผังเมืองใหม่อยุธยา 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง

สิ่งที่กำลังเปลี่ยนในร่างแก้ไขครั้งนี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนสีผังเมือง หรือเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวให้กลายเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม แต่เป็นการปรับปรุงข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินใน พื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมบางหมายเลข เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้หลากหลายมากขึ้น ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด


ประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจ ได้แก่

  • การผ่อนคลายข้อกำหนดเกี่ยวกับคลังสินค้า ไซโล และโกดังสินค้า ในบางพื้นที่ เพื่อรองรับระบบโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าที่ขยายตัว

  • การปรับข้อกำหนดด้านความสูงของอาคาร รวมถึงการยกเว้นข้อจำกัดความสูงสำหรับอาคารบางประเภท เช่น อาคารเพื่อการศาสนา อาคารสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ไซโล โกดัง คลังสินค้า โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค และหอถังส่งน้ำ ในพื้นที่ที่กำหนด

  • การเพิ่มโอกาสในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชยกรรม โดยเฉพาะพื้นที่ที่ตั้งอยู่ริมโครงข่ายถนนสายหลัก เพื่อรองรับการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

  • การเปิดให้มีอาคารชุด หอพัก และอาคารอยู่อาศัยรวม ในบางพื้นที่ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น ต้องไม่เป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ และต้องตั้งอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร

แม้ว่ารายละเอียดของข้อกำหนดจะแตกต่างกันในแต่ละหมายเลขพื้นที่ แต่ภาพรวมของการแก้ไขครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มเดียวกัน คือ การเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุน และระบบโลจิสติกส์ที่กำลังเติบโต ขณะเดียวกันก็ยังคงกำหนดเงื่อนไขเพื่อควบคุมการพัฒนาไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชนบท พื้นที่เกษตรกรรม และบริบทของเมืองโดยรอบ



เหตุใดรัฐจึงต้องแก้ไขผังเมืองครั้งนี้

หากมองในมิติของการพัฒนาเมือง การปรับปรุงผังเมืองไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล แต่เป็นความพยายามปรับกฎหมายการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน


ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พระนครศรีอยุธยาได้พัฒนาจากจังหวัดที่มีบทบาทด้านเกษตรกรรมและเมืองประวัติศาสตร์ ไปสู่การเป็นหนึ่งในฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง และตั้งอยู่บนโครงข่ายคมนาคมหลักที่เชื่อมกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะเดียวกัน จังหวัดยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาในระดับภูมิภาค ทั้งแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคกลาง–ตะวันตก (Central–Western Economic Corridor) และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ส่งผลให้ความต้องการด้านโลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง


ในมุมมองของภาครัฐ การปรับปรุงข้อกำหนดผังเมืองจึงอาจมีเป้าหมายเพื่อให้กฎหมายสามารถรองรับบริบทการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไป ลดข้อจำกัดที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของจังหวัดในระยะยาว


อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์ที่ดินย่อมมาพร้อมกับคำถามสำคัญว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การรักษาพื้นที่เกษตรกรรม และการอนุรักษ์คุณค่าของเมืองมรดกโลกได้อย่างไร ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมควรติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการจัดทำและบังคับใช้ผังเมืองฉบับใหม่


การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายความว่าจะสร้างโรงงานได้ทุกพื้นที่หรือไม่

คำตอบคือ ไม่ใช่

ประเด็นที่ควรทำความเข้าใจคือ ร่างแก้ไขไม่ได้หมายความว่าพื้นที่สีเขียวทั้งหมดจะสามารถสร้างโรงงานได้ทันที แต่การใช้ประโยชน์ที่ดินยังคงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • หมายเลขพื้นที่ที่กำหนดไว้ในผังเมือง

  • ประเภทกิจการ

  • ขนาดอาคาร

  • ความกว้างของถนนสาธารณะ

  • ระยะร่นจากแนวเขตทางหรือแหล่งน้ำ

  • กฎหมายเฉพาะอื่น ๆ เช่น กฎหมายโรงงาน กฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายสิ่งแวดล้อม

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การแก้ไขผังเมืองเป็นเพียงการเปิดทางให้กิจกรรมบางประเภท "สามารถขออนุญาตได้" แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติ


ใครได้ประโยชน์จากผังเมืองใหม่อยุธยา

การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินส่งผลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ทั้งภาคธุรกิจ ชุมชน และประชาชนทั่วไป


1. ภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ : ผู้ที่อาจได้รับประโยชน์โดยตรงคือผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศ ตั้งอยู่บนแนวทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) และเชื่อมต่อกรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าที่สำคัญ


หากข้อกำหนดผังเมืองเปิดโอกาสให้สามารถจัดตั้งคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า หรือไซโลในบางพื้นที่ได้มากขึ้น ก็อาจช่วยลดข้อจำกัดในการลงทุน และทำให้การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคการผลิตกำลังปรับตัวสู่ระบบอัตโนมัติ และธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังคงเติบโตต่อเนื่อง ความต้องการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


2. เจ้าของที่ดินบางพื้นที่ : เมื่อข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ที่ดินบางแปลงอาจมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น

  • ที่ดินติดถนนสายหลัก

  • ที่ดินใกล้นิคมอุตสาหกรรม

  • ที่ดินใกล้โครงสร้างพื้นฐานใหม่

อาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถรองรับกิจกรรมได้หลากหลายกว่าเดิม


3. จังหวัดและเศรษฐกิจในภาพรวม : หากการพัฒนาเป็นไปตามเป้าหมาย การแก้ไขผังเมืองอาจช่วยให้จังหวัดสามารถรองรับการลงทุนใหม่ได้มากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่

  • การจ้างงาน

  • รายได้จากภาคอุตสาหกรรม

  • การขยายตัวของธุรกิจบริการ

  • รายได้ภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ภาครัฐมักใช้สนับสนุนการปรับปรุงข้อกำหนดผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป


ใครอาจได้รับผลกระทบจากผังเมืองใหม่

ในอีกด้านหนึ่ง การเพิ่มศักยภาพการพัฒนาก็อาจสร้างผลกระทบต่อบางกลุ่มเช่นกัน

1. ชุมชนเกษตรกรรม : แม้ว่าผังเมืองจะยังคงกำหนดพื้นที่เหล่านี้เป็น "ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม" แต่เมื่อกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้มีความหลากหลายมากขึ้น ย่อมทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง


สิ่งที่หลายชุมชนกังวลจึงไม่ใช่เพียงการก่อสร้างอาคารหลังหนึ่ง แต่คือ "การเปลี่ยนแปลงสะสม"

เมื่อมีคลังสินค้าแห่งแรก ก็อาจตามมาด้วยศูนย์กระจายสินค้า ถนนใหม่ การขยายระบบสาธารณูปโภค และการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จนพื้นที่เกษตรกรรมค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นพื้นที่เมือง


2. สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ : จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีเครือข่ายแม่น้ำและคลองจำนวนมาก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจำเป็นต้องพิจารณาควบคู่กับ

  • ระบบระบายน้ำ

  • พื้นที่รับน้ำ

  • พื้นที่เกษตรกรรม

  • ผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ

  • การเพิ่มพื้นที่ผิวคอนกรีต

แม้ว่าผังเมืองจะยังคงกำหนดแนวร่นจากแม่น้ำและแหล่งน้ำในหลายกรณี แต่ในทางปฏิบัติ การพัฒนาที่หนาแน่นขึ้นย่อมต้องอาศัยการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการวางระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสม


3. การจราจร : คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าหมายถึงรถบรรทุกจำนวนมาก

แม้ว่าร่างแก้ไขจะพยายามกำหนดให้กิจกรรมบางประเภทต้องอยู่ติดถนนสายหลัก เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน แต่คำถามที่ตามมาคือ โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ เส้นทางรองรับรถบรรทุกได้รับการออกแบบไว้แล้วหรือยัง จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนริมทางหรือไม่ คำถามเหล่านี้ควรถูกนำมาพิจารณาควบคู่กับการปรับผังเมือง


ประเด็นที่สังคมควรจับตา

แม้ภาครัฐจะมองว่าการปรับปรุงผังเมืองช่วยเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและรองรับการลงทุนในอนาคต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็นำมาซึ่งคำถามสำคัญหลายประการ

หากพื้นที่เกษตรกรรมบางแห่งเริ่มรองรับคลังสินค้า โรงงาน หรือที่อยู่อาศัยมากขึ้น จะส่งผลต่อรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินในระยะยาวอย่างไร จะเกิดแรงกดดันให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นหรือไม่ และพื้นที่เกษตรกรรมจะค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นพื้นที่เมืองมากขึ้นหรือเปล่า


ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน ทั้งความเพียงพอของโครงสร้างพื้นฐาน การรองรับการจราจร ระบบสาธารณูปโภค การบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนผลกระทบต่อภูมิทัศน์เมืองประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเมืองมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา


คำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เป็นประเด็นที่ควรได้รับการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ก่อนที่ผังเมืองฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ เพราะการตัดสินใจด้านผังเมืองในวันนี้ จะกำหนดทิศทางการพัฒนาและคุณภาพของเมืองไปอีกหลายทศวรรษ



หากที่ดินของคุณอยู่ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ

หากคุณเป็น เจ้าของที่ดิน ผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และต้องการตรวจสอบว่าแปลงที่ดินของคุณได้รับผลกระทบจากร่างผังเมืองใหม่หรือไม่ ควรศึกษาข้อกำหนดเฉพาะของพื้นที่อย่างละเอียด เนื่องจากแม้จะอยู่ใน พื้นที่สีเขียว เหมือนกัน แต่ข้อกำหนดของแต่ละหมายเลขพื้นที่อาจแตกต่างกัน


LAD ให้บริการด้านการวิเคราะห์และให้คำปรึกษาผังเมือง อาทิ

  • วิเคราะห์ข้อกำหนดผังเมืองรายแปลง

  • ตรวจสอบศักยภาพและข้อจำกัดของการใช้ประโยชน์ที่ดิน

  • ประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงผังเมือง

  • ให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาโครงการ การลงทุน และการขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง

เพราะการเข้าใจผังเมืองตั้งแต่วันนี้ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คุณวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินและการลงทุนได้อย่างเหมาะสมในอนาคต

รายละเอียดการบริการของ LAD : https://www.lad.co.th/ladservices


ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page