top of page
Clip path group
Clip path group

ด่วน! สภากทม.ไฟเขียว “รีโนเวตตึกร้าง–เพิ่มทางเท้า” ก้าวแรกของการปลดล็อกอาคารเก่า กับคำถามใหญ่เรื่องกฎกระทรวง–การเอื้อนักลงทุน?

12 นาทีที่แล้ว

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

0

0

0


เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 สภากรุงเทพมหานครมีมติ “เห็นชอบรับหลักการ” ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารอันมีลักษณะเฉพาะ พ.ศ. … ซึ่งถือเป็นหนึ่งในร่างกฎหมายท้องถิ่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในช่วงต้นปี เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหา “ตึกแถวเก่า–อาคารรกร้าง–ทางเท้าแคบ” ที่สะสมมานานในกรุงเทพฯ

 

ร่างข้อบัญญัติดังกล่าวถูกเสนอโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต่อที่ประชุม สภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2569 ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง โดยมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จากทั้ง 50 เขต และฝ่ายบริหาร กทม. เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

 

ผลการลงมติจะผ่านไปด้วยคะแนนเสียง เห็นชอบ 23 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง การอภิปรายที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ร่างข้อบัญญัตินี้ไม่ได้เป็นเพียง “กฎหมายเทคนิค” ด้านการควบคุมอาคาร หากแต่แตะต้องถึงประเด็นโครงสร้างเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจ การคุ้มครองชุมชนดั้งเดิม และความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายระดับท้องถิ่นกับกฎหมายระดับกระทรวงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 


ทำไมกรุงเทพฯ ต้อง “ปลดล็อก” ตึกแถวเก่า

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา กรุงเทพฯ เติบโตภายใต้กฎหมายควบคุมอาคารที่ปรับปรุงต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการใช้ประโยชน์ที่ดิน อย่างไรก็ตาม กฎหมายรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับกลายเป็น “กำแพง” สำหรับอาคารเก่าที่ก่อสร้างมาก่อนการประกาศใช้กฎหมายเหล่านั้น

ตึกแถวและอาคารพาณิชย์จำนวนมากในเมืองชั้นใน—ตั้งแต่ย่านเศรษฐกิจดั้งเดิม ย่านการค้าเก่า ไปจนถึงถนนสายหลัก—ไม่สามารถดัดแปลงหรือปรับปรุงได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดสำคัญ เช่น

  • ระยะร่นอาคาร ที่อาคารเดิมไม่สอดคล้อง

  • ข้อกำหนดที่จอดรถ ที่ไม่สามารถจัดหาเพิ่มได้

  • ความสูงระหว่างชั้นและโครงสร้างเดิม ที่ไม่ตรงตามเกณฑ์ปัจจุบัน

ผลลัพธ์คือ อาคารจำนวนมากถูกปล่อยร้าง เสื่อมโทรม หรือถูกใช้งานอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลทั้งต่อภาพลักษณ์เมือง ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรอบ

ฝ่ายบริหาร กทม. เห็นว่า หากยังคงใช้กรอบกฎหมายเดิมโดยไม่ปรับให้สอดคล้องกับบริบทจริง เมืองจะไม่สามารถ “ฟื้นชีวิต” ให้กับอาคารเหล่านี้ได้ และปัญหาจะยิ่งสะสมทับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

 


แก่นของร่างข้อบัญญัติ: ผ่อนปรน แต่ต้องแลกด้วยความปลอดภัยและพื้นที่สาธารณะ

สาระสำคัญของร่างข้อบัญญัติไม่ได้เปิดทางให้ดัดแปลงอาคารอย่างเสรี หากแต่ใช้หลัก “ผ่อนปรนบางข้อ แลกกับมาตรการสาธารณะและความปลอดภัยที่เข้มขึ้น” โดยกำหนด 2 มาตรการหลัก ที่เจ้าของอาคารต้องดำเนินการ

1. เพิ่มระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย

อาคารที่เข้าข่ายต้องติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยตามมาตรฐาน เช่น

  • ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง (Sprinkler)

  • หัวรับน้ำดับเพลิงและท่อยืน

  • สายฉีดน้ำดับเพลิงชนิดวงล้อ (Fire Hose Reel)

มาตรการนี้ถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากอาคารเก่าจำนวนมากในกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงด้านอัคคีภัยสูง แต่ไม่เคยถูกบังคับให้ปรับปรุงระบบให้ได้มาตรฐานสากล


2. เพิ่มทางเดินเท้าไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร

อาคารต้องจัดให้มีทางเดินเท้าที่ต่อเนื่อง กว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร และ ปลอดจากสิ่งกีดขวาง เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องลงไปเดินบนผิวจราจร

แนวคิดนี้ถูกเปรียบเทียบกับ Cover Walkway ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งอาคารเอกชนมีส่วนร่วมในการสร้างพื้นที่เดินเท้าคุณภาพดีให้เมือง


 

ด้านเสียงสนับสนุน: เมืองได้ประโยชน์ – อาคารกลับมามีชีวิต

สมาชิกสภากทม.หลายคนแสดงความเห็นสนับสนุน โดยเห็นตรงกันว่า ร่างข้อบัญญัตินี้อาจเป็น “จุดเริ่มต้น” ของการแก้ปัญหาอาคารรกร้างอย่างเป็นระบบ

ฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่า

  • เมืองจะได้อาคารที่ปลอดภัยขึ้น โดยเฉพาะด้านอัคคีภัย

  • ทางเท้าจะมีความต่อเนื่องและใช้งานได้จริงมากขึ้น

  • เจ้าของอาคารมีแรงจูงใจในการลงทุนปรับปรุง มากกว่าปล่อยทิ้งไว้ให้เสื่อมโทรม

ในมุมนี้ ร่างข้อบัญญัติถูกมองว่าเป็นเครื่องมือเชิงนโยบาย ที่เชื่อมโยง “การพัฒนาเอกชน” เข้ากับ “ประโยชน์สาธารณะ”

 

ด้านเสียงกังวล: เอื้อเอกชนเกินไปหรือไม่? แล้วชุมชนอยู่ตรงไหน

อย่างไรก็ตาม การอภิปรายในสภาฯ สะท้อนความกังวลหลายประเด็น โดยเฉพาะจากสมาชิกที่ตั้งคำถามว่า ร่างข้อบัญญัตินี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นที่เมืองอย่างรวดเร็วเกินไป

1. การเอื้อการลงทุนเอกชน : มีข้อสังเกตว่า การผ่อนปรนกฎหมายอาจเปิดทางให้ตึกแถวเก่าถูกแปลงสภาพเป็น

  • โรงแรมขนาดเล็ก

  • อาคารให้เช่าเชิงพาณิชย์

  • ที่พักรูปแบบใหม่

ซึ่งอาจกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยเดิม โดยเฉพาะในย่านเมืองเก่า

2. ความชัดเจนของขอบเขตการดัดแปลง : หลายเสียงเรียกร้องให้ระบุให้ชัดว่า

  • ดัดแปลงได้ “แค่ไหน”

  • ต้องตรวจสอบโครงสร้างอย่างไร

  • มีมาตรการควบคุมความสูงและความหนาแน่นหรือไม่

3. ประเด็นกฎหมาย: ข้อบัญญัติ vs กฎกระทรวง : ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือ คำถามว่า

“ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร สามารถยกเว้นหรือผ่อนปรนกฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ได้หรือไม่”


สมาชิกบางรายตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่แก้กฎกระทรวงควบคู่กัน ข้อบัญญัติอาจไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง หรือกลายเป็น “กฎหมายหมัน” ในทางปฏิบัติ

 

คำชี้แจงฝ่ายบริหาร: ไม่ขัดกฎหมาย และยังต้องผ่านด่านกลาง

ฝ่ายบริหาร กทม. โดยรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า

  • การออกข้อบัญญัติได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) ตามกฎหมาย

  • ร่างข้อบัญญัติจะต้องถูกพิจารณาโดยคณะกรรมการควบคุมอาคารในระดับกระทรวงอีกครั้ง

  • หลักการคือ ไม่ขัดแย้งกับ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร แต่เป็นการทำให้กฎหมายสอดคล้องกับบริบทเมืองจริง

ฝ่ายบริหารย้ำว่า ไม่ได้ “เปิดเสรี” การพัฒนา แต่เป็นการสร้างกรอบที่สมดุลระหว่างความปลอดภัย การพัฒนา และข้อจำกัดของอาคารเดิม

 


จุดเปลี่ยนของนโยบายเมือง: จากการ “ห้าม” สู่การ “จัดการ”

หากมองในภาพใหญ่ ร่างข้อบัญญัตินี้สะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดของการบริหารเมือง จากการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ “ห้าม” ไปสู่การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ “จัดการความเป็นจริง”

แทนที่จะปล่อยให้อาคารเก่าอยู่นอกระบบ กทม. กลับเลือกที่จะ

  • ดึงอาคารเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบกฎหมาย

  • เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย

  • แลกกับการผ่อนปรนบางข้อที่ไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายนี้จะไม่ได้วัดจากการ “ผ่านสภา” เพียงอย่างเดียว แต่จะถูกทดสอบในขั้นตอนการบังคับใช้จริง การควบคุมรายละเอียด และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่

 

โอกาสของเมือง กับโจทย์ที่ยังต้องตอบ

มติของสภากรุงเทพมหานครในครั้งนี้ คือ “ก้าวแรก” ของการปฏิรูปกฎหมายอาคารในระดับท้องถิ่น เพื่อรับมือกับเมืองที่มีอายุและความซับซ้อนสูงอย่างกรุงเทพฯ


ร่างข้อบัญญัติ “รีโนเวตตึกร้าง–เพิ่มทางเท้า” อาจเป็นทั้งโอกาส ในการฟื้นฟูเมืองชั้นใน และ ความเสี่ยง หากขาดการกำกับดูแลที่รอบคอบ


คำถามสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงว่า “กฎหมายทำได้หรือไม่” แต่คือ

เมืองจะใช้กฎหมายฉบับนี้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนา ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของคนเมือง ได้จริงเพียงใด

และนี่คือโจทย์ที่ กรุงเทพมหานคร ต้องตอบให้ชัดในระยะยาว

 

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :

https://www.matichon.co.th/local/news_5537912

https://today.line.me/th/v3/article/WB52G2y?view=topic&referral=politics_trending

https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/ตึกแถวเก่า-63430


 

12 นาทีที่แล้ว

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

0

0

0

โพสต์ที่คล้ายกัน

ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่
bottom of page