top of page
Clip path group
Clip path group

ด่วน! ครม. ลดค่าโอนบ้าน 2569 เหลือ 0.01% ถึงปี 2570 : เช็กเงื่อนไขบ้าน-คอนโดไม่เกิน 7 ล้านบาท

2 ชั่วโมงที่แล้ว

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

0

6

0

ด่วน! ครม. เห็นชอบลดค่าโอนและค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านและคอนโดราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เช็กเงื่อนไข ระยะเวลาบังคับใช้ และรายละเอียดมาตรการปี 2569

การซื้อบ้านหรือคอนโดอาจมีค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์หลายรายการ โดยเฉพาะ ค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์และ ค่าจดทะเบียนการจำนอง ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ซื้อจำนวนมาก


ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2569 โดยลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จากอัตราปกติ 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง พร้อมกระตุ้นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งตลาดมือหนึ่งและมือสอง


มาตรการดังกล่าวเป็นการต่ออายุมาตรการเดิมที่คณะรัฐมนตรีเคยเห็นชอบเมื่อปี 2568 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569โดยมาตรการใหม่จะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570



ครม. เห็นชอบต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมอีก 1 ปี

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2569 ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอ มาตรการดังกล่าวมีสาระสำคัญเช่นเดียวกับมาตรการปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

  1. ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย

  2. ส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งตลาดมือหนึ่งและตลาดมือสอง

  3. รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง


รัฐบาลมองว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเชื่อมโยงกับหลายภาคธุรกิจ ตั้งแต่การก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงธุรกิจบริการอื่น ๆ ดังนั้น การลดต้นทุนในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จึงเป็นมาตรการที่ช่วยทั้งประชาชนและภาคเศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน


ค่าโอนกรรมสิทธิ์ และค่าจดทะเบียนจำนอง ต่างกันอย่างไร?

หัวใจสำคัญของมาตรการครั้งนี้ คือการลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์และการจดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์

  • ค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ คือค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ ณ สำนักงานที่ดิน

  • ค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ คือค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บเมื่อมีการจดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันสินเชื่อ


ซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท หรือ 7 ล้านบาท ประหยัดค่าธรรมเนียมเท่าไร ?

ตัวอย่างการเปรียบเทียบอัตราค่าธรรมเนียม เพื่อให้เห็นความแตกต่างของอัตราค่าธรรมเนียมก่อนและหลังมาตรการ ตัวอย่างต่อไปนี้เป็น การคำนวณตามอัตราค่าธรรมเนียมที่กำหนด โดยสมมติให้ราคาซื้อขายและวงเงินจำนองเท่ากัน

ราคาซื้อขาย/วงเงินจำนอง

ค่าโอนปกติ (2%)

ค่าโอนตามมาตรการ (0.01%)

ค่าจำนองปกติ (1%)

ค่าจำนองตามมาตรการ (0.01%)

3 ล้านบาท

60,000 บาท

300 บาท

30,000 บาท

300 บาท

5 ล้านบาท

100,000 บาท

500 บาท

50,000 บาท

500 บาท

7 ล้านบาท

140,000 บาท

700 บาท

70,000 บาท

700 บาท

*หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณจากอัตราค่าธรรมเนียมที่กำหนดในมาตรการ โดยสมมติให้ราคาซื้อขายและวงเงินจำนองเท่ากัน เพื่อแสดงความแตกต่างของอัตราค่าธรรมเนียมก่อนและหลังมาตรการเท่านั้น ไม่ใช่การแสดงค่าใช้จ่ายจริงของทุกธุรกรรม ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างกันไปตามรายละเอียดของธุรกรรม หลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และข้อตกลงระหว่างคู่สัญญา

 

บ้านและคอนโดแบบไหนได้รับสิทธิ์

มาตรการครั้งนี้ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์หลายประเภท ได้แก่

  • บ้านเดี่ยว

  • บ้านแฝด

  • บ้านแถว

  • อาคารพาณิชย์

  • ที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว

  • ห้องชุดที่จดทะเบียนอาคารชุด

พร้อมทั้งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้

  • ราคาซื้อขายไม่เกิน 7 ล้านบาท

  • ราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท

  • วงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา

ทั้งนี้ มาตรการ ไม่รวมกรณีการขายเฉพาะส่วน

 

ครม. เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย 2 ฉบับ รองรับการใช้มาตรการ

นอกจากเห็นชอบมาตรการลดค่าธรรมเนียมแล้ว ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบร่างประกาศของกระทรวงมหาดไทยที่กรมที่ดินจัดทำขึ้น จำนวน 2 ฉบับ เพื่อรองรับการดำเนินมาตรการดังกล่าว ได้แก่

  1. ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน : ครอบคลุมกรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  2. ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด : ครอบคลุมกรณีห้องชุดที่จดทะเบียนอาคารชุด ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

ร่างประกาศทั้งสองฉบับจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ดังนั้น แม้คณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบแล้ว ผู้ที่กำลังจะโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ยังควรติดตามวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื่องจากเป็นวันที่มาตรการเริ่มมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ

 

ครม. มอบหมายสำนักงบประมาณพิจารณาชดเชยรายได้ให้ อปท.

แม้มาตรการนี้จะช่วยลดภาระของผู้ซื้อและผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ แต่รัฐบาลยอมรับว่า การลดค่าธรรมเนียมย่อมส่งผลให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งได้รับส่วนแบ่งรายได้จากค่าธรรมเนียมดังกล่าว มีรายได้ลดลง ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ มอบหมายให้สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามความเหมาะสม เพื่อให้ อปท. มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการดำเนินภารกิจและการให้บริการประชาชนได้ตามปกติ


มาตรการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การช่วยลดภาระของประชาชนควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการคลังของหน่วยงานท้องถิ่น เป็นประเด็นที่คณะรัฐมนตรีพิจารณาควบคู่กันในการออกมาตรการครั้งนี้


กระทรวงการคลังคาดมาตรการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

นอกจากการช่วยลดภาระของประชาชนแล้ว กระทรวงการคลังยังประเมินว่า มาตรการนี้จะส่งผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม โดยคาดว่าจะช่วยให้เกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มูลค่าประมาณ 540,810 ล้านบาทต่อปี และก่อให้เกิดการลงทุนประมาณ 305,814.81 ล้านบาท


นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังประเมินว่า หากเปรียบเทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.06% ต่อปี รัฐบาลระบุว่า มาตรการดังกล่าวยังมีส่วนช่วยประคับประคองความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


5 เรื่องที่ผู้ซื้อบ้านควรรู้

ก่อนตัดสินใจใช้สิทธิ์ตามมาตรการ ผู้ซื้อบ้านและคอนโดควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ ดังนี้

1. มาตรการยังไม่เริ่มใช้ทันที : แม้คณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบแล้ว แต่มาตรการจะเริ่มมีผล เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ที่อยู่ระหว่างการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ และสอบถามสำนักงานที่ดินหรือสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์

2. ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทจะได้รับสิทธิ์ : มาตรการครอบคลุมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ ที่ดินพร้อมอาคาร และห้องชุดที่จดทะเบียนอาคารชุด โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

3. ต้องผ่านเงื่อนไขด้านราคา : ทั้งราคาซื้อขาย ราคาประเมินทุนทรัพย์ และวงเงินจำนอง ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา

4. ไม่รวมการขายเฉพาะส่วน : การซื้อขายเฉพาะส่วนของอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการนี้

5. มาตรการมีระยะเวลาจำกัด : มาตรการมีผลบังคับใช้จนถึง 30 มิถุนายน 2570 ดังนั้น ผู้ที่วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยควรติดตามกำหนดเวลาการบังคับใช้และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด


สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญคือการติดตามวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และตรวจสอบคุณสมบัติของอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างถูกต้องเมื่อมาตรการมีผลบังคับใช้


ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :

https://www.thaipost.net/general-news/1023776/

https://www.facebook.com/PrachachatOnline/posts/pfbid02Smtvft9evtcb8ni2wvyKtNneCwjvBMyNtTX8b7egXWimKJFEZVKUH5nsUZTAE49Al

https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1240936

2 ชั่วโมงที่แล้ว

ใช้เวลาอ่าน 2 นาที

0

6

0

โพสต์ที่คล้ายกัน

ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่
bottom of page