
Cloud 11 ทุ่มทุนสร้าง “สวนยกระดับ–ปอดแห่งใหม่ ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” เปิดปลายปี 2025 : พลิกโฉม “สุขุมวิทใต้” สู่ Creative & Innovation District รับศักราชการใหม่ ปี 2026
16 ธ.ค. 2025
2 min read
0
0
0

วันนี้ LAD จะพาทุกท่านไปสำรวจหนึ่งในโครงการภาคเอกชนที่ก้าวข้ามแนวคิด “พัฒนาเฉพาะพื้นที่โครงการ” สู่การลงทุนที่มุ่ง ปลุกชีพจรย่านเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านการออกแบบระบบนิเวศแห่งความสร้างสรรค์ (Creative Ecosystem) ที่กำลังจะเปิดให้สัมผัสได้ในอีกไม่ช้า
Cloud11 จุดเริ่มต้นของมหานครสร้างสรรค์ยุคใหม่
เมื่อพูดถึงเมกะโปรเจกต์ที ่ได้รับการจับตามองมากที่สุดแห่งปี ชื่อที่ถูกกล่าวถึงเสมอคือ Cloud 11 โครงการที่ MQDC ทุ่มงบกว่า 43,000 ล้านบาท ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างอาคารหรือแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ แต่เพื่อวางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาย่าน และเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างครบวงจร
ย่าน “สุขุมวิทใต้” กำลังเปลี่ยนโฉม—และ Cloud 11 คือฟันเฟืองสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

Cloud 11 เตรียมเปิดให้บริการ เฟสแรกปลายปี 2025 พร้อม ทัพผู้เช่าและพันธมิตรระดับโลก ทั้ง theCOMMONS Cloud 11 ซึ่งเข้ามาพัฒนาโซน community บนพื้นที่กว่า 5,420 ตร.ม. บนชั้น 4 ของโครงการ หรือ YOTEL Bangkok สมาร์ทโฮเทลแห่งแรกในไทย รวมถึงกลุ่มบันเทิงยักษ์ใหญ่จากเกาหลีอย่าง SM Entertainment และ CJ ENM ที่จะเข้ามาตั้งสำนักงานในประเทศไทยภายในโครงการอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน โครงการยังเร่งเสริม “โครงสร้างพื้นฐานด้านความสร้างสรรค์” (Creative Facilities) ให้ครบวงจร โดยดึง 1500 Sound Academy สถาบันดนตรีชั้นนำจากสหรัฐฯ มาเปิดโรงเรียนเพื่อปั้นศิลปินและผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงในไทยเป็นครั้งแรก นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ Cloud 11 ในการผลักดันให้พื้นที่แห่งนี้ก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง

มูลค่าโครงการเป็น 43,000 ล้านบาท ในการลงทุนเพื่อกระตุ้นชีพจรย่าน ผ่านโครงสร้างพื้นฐานและ Creative Facilities
โครงการ Cloud 11 คือหนึ่งในพ ัฒนาแบบมิกซ์ยูส (Mixed-Use) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใจกลางย่านสุขุมวิทตอนใต้ บนพื้นที่กว่า 27 ไร่ โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 250,000–254,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในทำเลปุณณวิถี–อุดมสุข ซึ่งกำลังเติบโตเป็นโซนสร้างสรรค์และนวัตกรรมแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
ซึ่งจะเปิดให้บริการในเดือนมีนาคมนี้ ตั้งอยู่ในย่านนวัตกรรมสุขุมวิทตอนใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์กลางรวมบริษัทครีเอทีฟ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และสตาร์ทอัปของกรุงเทพฯ
ตัวอาคารออกแบบให้เป็นมวลกระจกขนาดใหญ่ที่ลอยตัวเหนือคอร์ทยาร์ดกลาง ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าใช้ได้ พื้นที่ใจกลางนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “ลานหญ้ายกระดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” ตามคำอธิบายของ Snøhetta ทำให้โครงการไม่เพียงเป็นศูนย์กลางด้านความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเป็นพื้นที่สีเขียวสาธารณะที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองอย่างแท้จริง.
คุณองศา จรรยาประเสริฐ ผู้อำนวยการโครงการ Cloud 11 อธิบายว่า งบลงทุนครั้งนี้มีสองส่วนสำคัญ ได้แก่
1) ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของย่าน (District Infrastructure) มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท
เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่สุขุมวิทใต้ให้กลายเป็น Creative & Innovation District และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเนื้อหา–สื่อสร้างสรรค์ของประเทศไทย ตัวอย่างโครงการที่เตรียมดำเนินงาน ได้แก่
การปรับปรุงพื้นที่ริมคลองและระบบนิเวศทางน้ำ
พัฒนาทางเดินเท้าบนถนนสุขุมวิทและซอยย่อยโดยรอบ
เชื่อมต่อพื้นที่ย่านด้วย Skywalk
รีโนเวตตึกเก่า อาคารพาณิชย์ และโกดังให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
การร่วมจัดเทศกาลงานสร้างสรรค์และกิจกรรมชุมชนในย่าน
2) ลงทุนพัฒนา Creative Facilities เพิ่มอีกกว่า 2,000 ล้านบาท
เพื่อสร้างชุดเครื่องมือและพื้นที่สนับสนุนการทำงานของครีเอเตอร์ครบทุกมิติ ตั้งแต่การเรียนรู้ การผลิต ไปจนถึงการจัดแสดงผลงาน โดย MQDC ได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อระยะยาว (Project Finance) จากธนาคารกรุงเทพสำหรับการพัฒนาในระยะนี้

โครงการที่ออกแบบเพ ื่อปั้น Creative Ecosystem ของไทย
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยมีมูลค่าสูงกว่า 1.2 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 7% ของ GDP ซึ่งเติบโตต่อเนื่องและมีศักยภาพขยายตัวได้อีกมาก หากมีโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการผลิตคอนเทนต์อย่างครบวงจร โดยคุณพอล สิริสันต์ กรรมการผู้จัดการโครงการ Cloud 11 ระบุว่า เป้าหมายหลักคือ การสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครีเอเตอร์ บริษัทสื่อ สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดการต่อยอด–สร้างสรรค์ผลงานใหม่ ซึ่งจะช่วยผลักดันคอนเทนต์ไทยไปสู่เวทีโลก โดยเพื่อให้เกิดระบบนิเวศน์ดังกล่าว Cloud 11 แบ่งกลไกการพัฒนาออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ:
1) ต้นน้ำ: พื้นที่ Academy และการพัฒนาบุคลากรด้านคอนเทนต์
Cloud 11 นำร่องด้วยการจับมือกับสถาบันระดับโลก 1500 Sound Academy ของโปรดิวเซอร์ฮอลลีวูด James Fauntleroy เพื่อนำหลักสูตรด้านดนตรีและศิลปินมาเปิดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบุคลากรคุณภาพในอุตสาหกรรมเพลง–สื่อบันเทิงของไทย
2) กลางน้ำ: Creator Village และระบบสำนักงานที่รองรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
โครงการประกอบด้วยอาคารสำนักงานเกรด A+ จำนวน 4 อาคาร พื้นที่รวมกว่า 70,000 ตร.ม. เปิดใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดีไซน์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้ผลิตเนื้อหาและทีมโปรดักชัน
ไฮไลต์สำคัญคือ Cloud 11 สามารถดึงผู้เช่าระดับยักษ์ใหญ่ อาทิ
บริษัทในเครือ SM Entertainment
กลุ่ม CJ ENM
ซึ่งเตรียมเปิดสำนักงานในประเทศไทยภายในโครงการ ถือเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในเชิงโครงสร้าง
นอกจากนี้ยังมี Creator Studio สำหรับถ่ายภาพ วิดีโอ ไลฟ์สตรีม พอดแคสต์ และ Production Studio ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งออกแบบโดยบริษัท RIOS ผู้สร้างสตูดิโอชื่อดังระดับโลก เช่น Spotify Content Campus
Cloud 11 ยังให้เครดิตพิเศษสำหรับผู้เช่าพื้นที่ สามารถนำไปใช้เป็นค่าบริการสตูดิโอ เป็นการลดต้นทุนและยกระดับคุณภาพการผลิตคอนเทนต์ของผู้ประกอบการทุกขนาด
3) ปลายน้ำ: Cloud 11 Hall, Blackbox Theatre และพื้นที่ต่อยอดธุรกิจครีเอเตอร์
ปลายน้ำของ ecosystem ถูกออกแบบเพื่อเป็นพื้นที่แสดงผลงานและต่อยอดธุรกิจ ได้แก่:
Cloud 11 Hall ความจุ 2,500 ที่นั่ง รองรับคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ และการแสดงรูปแบบใหม่
Blackbox Theatre สำหรับศิลปินรุ่นใหม่
Passion Playground โซนรีเทลสำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการทดลองทำธุรกิจหรือขยายผลงานสู่ตลาด
Cloud 11 Park สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สีเขียวและแพลตฟอร์มสำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์ เปิดให้เข้าถึงได้ทั้งคนในย่านและครีเอเตอร์ทุกกลุ่ม
พอลอธิบายว่า สวนลอยฟ้านี้ตั้งใจให้เป็น “เวทีเปิด” ใครอยากจัดฉายหนังกลางแปลง เล่นดนตรีเปิดหมวก หรือจัดกิจกรรมกีฬาก็สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างอิสระ

เครื่องยนต์ใหม่ของสุขุมวิทใต้: การพัฒนาย่านแบบมีส่วนร่วม
Cloud 11 ดำเนินงานตามแนวคิด For All Well-being ของ MQDC จึงให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของย่านควบคู่กับโครงการหลัก โดยปัจจุบัน Cloud 11 ร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ได้แก่
กรุงเทพมหานคร
สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA)
NIA
เพื่อผลักดันโครงการเชิงพื้นที่ เช่น “Collective by Cloud 11” การแสดงงานสร้างสรรค์ของครีเอเตอร์กว่า 50 คน ในโรงงานเก่ายุค 1960 และการร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัด Bangkok Design Week ในย่านสุขุมวิทใต้ต่อเนื่อง 2 ปี
“ลานหญ้ายกระดับใหญ่ที ่สุดในไทย” ใจกลางสุขุมวิทใต้
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ Cloud 11 คือ “สวนสาธารณะใจกลางโครงการ” ที่ออกแบบให้เป็นหัวใจของฮับความคิดสร้างสรรค์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นผลงานร่วมกันของสถาปนิกระดับโลก Snøhetta และบริษัทไทย A49 Architects ซึ่งเพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ และเตรียมเปิดให้ประชาชนได้สัมผัสในเร็วๆ นี้
Cloud 11 Park มีพื้นที่รวมราว 10 ไร่ (ประมาณ 17,000 ตารางเมตร) ทำหน้าที่เป็น “ปอดใหม่” ของย่าน ด้วยระบบระบายอากาศธรรมชาติ การอนุรักษ์ต้นไม้ดั้งเดิมในพื้นที่ และการปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่ให้ร่มเงาและความชุ่มชื้นไปทั่วบริเวณ การวางตำแหน่งสวนไว้ตรงกลางอาคารช่วยลดช่วงเวลาที่ได้รับแสงแดดโดยตรง ส่วนรอบด้านซึ่งล้อมด้วยอาคาร ส่งผลให้เกิด Self-shading ทำให้ตัวสวนได้รับเงาตลอดวัน ขณะที่ช่องเปิดจำนวนมากช่วยรับลมธรรมชาติ ทำให้พื้นที่กลางแจ้งแห่งนี้เย็นสบายกว่าสวนทั่วไปในเมือง

นอกจากสวนหลักขนาดใหญ่แล้ว โครงการยังเพิ่มพื ้นที่สีเขียวแบบ Pocket Park กระจายอยู่รอบด้าน ซึ่งแต่ละสวนออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งสวนสำหรับสัตว์เลี้ยงที่สามารถปล่อยน้องๆ วิ่งเล่นได้ สวนกีฬา (Sport Park) พร้อมสนามเทนนิส วอลเลย์บอล และแบดมินตันที่เปิดให้ใช้ฟรี รวมถึงลู่วิ่งรอบโครงการระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ให้คนเมืองได้ออกกำลังกายอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
Cloud 11 Park ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ทำงานในโครงการ แต่เปิดต้อนรับคนในชุมชนและประชาชนทั่วไป โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ทั้งงานดนตรี เฟสติวัล ไปจนถึงกิจกรรมฉายหนังกลางแปลง เพื่อให้ที่นี่เป็น “ลานวัฒนธรรมร่วมสมัย” ของย่านสุขุมวิทใต้
สวนสาธารณะขนาดใหญ่แห่งนี้จะเปิดให้บริการเป็นเฟสแรกของ Cloud 11 ในช่วงปลายปี 2568 พร้อมกิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี ก่อนที่โครงการส่วนอื่นๆ จะทยอยเปิดเต็มรูปแบบในปี 2569 เพื่อยกระดับย่านสู่ Creative & Innovation District อย่างสมบูรณ์

ท้ายที่สุด Cloud 11 คือความหวังใหม่ของกรุงเทพฯ และเป็นตัวอย่างโดดเด่นของพัฒนาเอกชนที่เข้าใจ “พลังของย่าน” อย่างแท้จริง โครงการไม่ได้มุ่งสร้างอาคารขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เลือกลงทุนในระบบนิเวศของพื้นที่ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว พื้นที่สร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อขับเคลื่อนย่านสู่อนาคตอย่างยั่งยืน
เมื่อ Cloud 11 เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ กรุงเทพฯ จะมีหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดในเอเชีย พร้อมบทบาทใหม่ในฐานะ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่เชื่อมต่อครีเอเตอร์รุ่นใหม่เข้ากับโอกาสระดับนานาชาติ และผลักดันให้เมืองเติบโตบนฐานของนวัตกรรมและความร่วมมือกับพื้นที่โดยรอบ
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
https://thestandard.co/cloud11-construction-80percent/
https://www.archdaily.com/1036604/cloud-11-creative-park-snohetta
https://www.facebook.com/share/p/1MCXjTYd3R/







